ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยต้องขอวีซ่าก่อนเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา โดยวีซ่าสำหรับการท่องเที่ยว เยี่ยมบุคคล หรือติดต่อธุรกิจระยะสั้น คือ วีซ่าชั่วคราวประเภท B-1/B-2
ข้อมูลตรวจสอบล่าสุด ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2026
บริการวีซ่า B-1/B-2 สหรัฐอเมริกา
แพ็กเกจ Standard ราคาเริ่มต้น 3,000 บาท
เตรียมสมัครวีซ่าสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นระบบกับ ALLVISA สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ เยี่ยมเพื่อน หรือติดต่อธุรกิจระยะสั้น ภายใต้วีซ่าประเภท B-1/B-2
เหมาะสำหรับใคร
หมายเหตุสำคัญ
ค่าบริการเริ่มต้น 3,000 บาทใช้สำหรับผู้สมัคร 1 คนและเคสทั่วไป ขอบเขตบริการอาจเปลี่ยนแปลงตามประวัติและความต้องการของผู้สมัคร หากเป็นเคสที่เคยถูกปฏิเสธวีซ่า มีผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย หรือจำเป็นต้องจัดทำคำชี้แจงเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่จะแจ้งรายละเอียดและค่าใช้จ่ายให้ทราบก่อนเริ่มงาน
ตัดสินผลเป็นอำนาจของ สถานทูตเท่านั้น
เงื่อนไขการให้บริการ
ค่าบริการเริ่มต้น 3,000 บาท สำหรับผู้สมัคร 1 คนและการสมัครวีซ่า B-1/B-2 กรณีทั่วไป ผู้สมัครต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และตรวจสอบแบบฟอร์มก่อนยืนยันส่งคำร้อง
หากผู้สมัครมีประวัติถูกปฏิเสธวีซ่า เคยอยู่เกินกำหนด เคยทำผิดเงื่อนไขวีซ่า มีประวัติอาชญากรรม หรือจำเป็นต้องจัดทำคำชี้แจงเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่จะประเมินขอบเขตงานและแจ้งค่าบริการก่อนดำเนินการ
การจองวันสัมภาษณ์ขึ้นอยู่กับจำนวนคิวที่สถานทูตเปิดให้บริการ ALLVISA ไม่สามารถกำหนดหรือรับประกันวันนัดได้
วีซ่า B-1 และ B-2 แตกต่างกันอย่างไร
ประเภท
วัตถุประสงค์
B-1
ติดต่อธุรกิจ ประชุม สัมมนา เจรจาสัญญา หรือกิจกรรมทางธุรกิจที่ได้รับอนุญาต
B-2
ท่องเที่ยว พักผ่อน เยี่ยมญาติ เยี่ยมเพื่อน หรือรับการรักษาพยาบาล
B-1/B-2
รวมวัตถุประสงค์ด้านธุรกิจและการท่องเที่ยวไว้ในวีซ่าเดียวกัน
โดยทั่วไป ผู้สมัครคนไทยที่เดินทางท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจระยะสั้นมักได้รับการพิจารณาเป็นวีซ่ารวม B-1/B-2
กิจกรรมที่สามารถทำได้
กิจกรรมภายใต้วีซ่า B-1
วีซ่า B-1 ไม่ใช่วีซ่าทำงาน จึงไม่อนุญาตให้เข้าทำงานหรือรับค่าจ้างจากนายจ้างในสหรัฐฯ
กิจกรรมภายใต้วีซ่า B-2
สิ่งที่วีซ่า B-1/B-2 ไม่อนุญาต
ผู้ถือวีซ่าไม่สามารถ:
อายุวีซ่าและระยะเวลาพำนัก
ตามตาราง Reciprocity Schedule สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย วีซ่า B-1, B-2 หรือ B-1/B-2 อาจออกให้แบบเข้าออกหลายครั้งและมีอายุสูงสุด 120 เดือน หรือ 10 ปี อย่างไรก็ตาม อายุวีซ่าที่ได้รับจริงขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่กงสุล
ข้อควรเข้าใจคือ:
ค่าธรรมเนียมวีซ่า
ค่าธรรมเนียมสมัครวีซ่า B-1/B-2 ปัจจุบันคือ 185 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน
ระบบจะคำนวณเป็นเงินบาทตามอัตราที่สถานทูตกำหนด ค่าธรรมเนียมนี้:
ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยไม่มีค่าธรรมเนียม Reciprocity Fee เพิ่มเติมสำหรับวีซ่า B-1/B-2 ตามตารางปัจจุบัน
คุณสมบัติสำคัญของผู้สมัคร
ผู้สมัครต้องแสดงให้เจ้าหน้าที่กงสุลเชื่อว่า:
ความผูกพันกับประเทศไทยอาจพิจารณาจากอาชีพ ธุรกิจ ครอบครัว การศึกษา ทรัพย์สิน หน้าที่รับผิดชอบ และประวัติการเดินทาง
แบบฟอร์ม DS-160
ผู้สมัครทุกคนต้องกรอก แบบฟอร์ม DS-160 ทางออนไลน์ผ่านระบบ Consular Electronic Application Center โดยต้องเลือกสถานที่สัมภาษณ์ เช่น:
ข้อมูลสำคัญที่ใช้กรอก ได้แก่:
หลังส่งแบบฟอร์มแล้ว ต้องเก็บและพิมพ์หน้า DS-160 Confirmation Page ที่มีบาร์โค้ดเพื่อใช้ในวันสัมภาษณ์
ผู้สมัครสามารถให้บุคคลอื่นช่วยกรอกได้ แต่ต้องตรวจสอบข้อมูลและลงนามส่งแบบฟอร์มด้วยตนเอง ข้อมูลผิด ไม่ครบ หรือไม่ตรงกับความจริงอาจทำให้ต้องแก้ไขแบบฟอร์ม เปลี่ยนนัด หรือกระทบต่อผลวีซ่า
รูปถ่ายวีซ่า
รูปถ่ายต้องมีคุณสมบัติโดยทั่วไปดังนี้:
ต้องอัปโหลดรูปในแบบฟอร์ม DS-160 หากระบบไม่รับรูป ควรเตรียมรปถ่ายฉบับพิมพ์ไปในวันสัมภาษณ์
เอกสารที่ต้องใช้ในวันสัมภาษณ์
เจ้าหน้าที่อาจขอดูเอกสารเพิ่มเติมเพื่อพิจารณา:
เอกสารสนับสนุนที่ควรเตรียม
กรณีพนักงานประจำ
กรณีเจ้าของกิจการ
กรณีนักเรียนหรือนักศึกษา
หลักฐานทางการเงิน
สหรัฐฯ ไม่ได้กำหนดยอดเงินขั้นต่ำสำหรับวีซ่า B-1/B-2 เงินที่แสดงควรสัมพันธ์กับรายได้ ระยะเวลาเดินทาง และค่าใช้จ่ายของทริป
กรณีมีผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย
หากมีบุคคลอื่นรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ควรเตรียม:
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า จดหมายเชิญหรือแบบรับรองค่าใช้จ่ายไม่ใช่เอกสารที่จำเป็นสำหรับวีซ่าท่องเที่ยว ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติจากสถานการณ์และความผูกพันของตนเอง ไม่ใช่อาศัยเพียงคำรับรองจากญาติหรือเพื่อนในสหรัฐฯ
ขั้นตอนการสมัครวีซ่า
การสัมภาษณ์วีซ่า
เจ้าหน้าที่มักถามคำถามสั้นและตรงประเด็น เช่น:
คำตอบควรตรงกับข้อมูลใน DS-160 ตอบตามความจริง กระชับ และไม่ท่องจำจนดูไม่เป็นธรรมชาติ
ผลการสัมภาษณ์
หลังสัมภาษณ์อาจเกิดผลดังนี้:
ไม่มีระยะเวลารอผลตายตัว หากได้รับอนุมัติ ยังต้องรอการออกวีซ่าและจัดส่งหนังสือเดินทาง จึงไม่ควรซื้อตั๋วเครื่องบินหรือบริการที่ไม่สามารถคืนเงินได้ก่อนรับหนังสือเดินทางคืน
สาเหตุที่อาจทำให้วีซ่าถูกปฏิเสธ
การบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือฉ้อโกงอาจส่งผลให้ถูกปฏิเสธวีซ่าถาวรหรือถูกปฏิเสธการเข้าเมืองในอนาคต
วีซ่าที่ได้รับไม่ได้รับประกันว่าจะสามารถเข้าสหรัฐฯ ได้ การอนุญาตเข้าเมืองและระยะเวลาพำนักเป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ CBP ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองครับ
FAQ วีซ่าอเมริกา B1/B2
คำถามต่อไปนี้เรียบเรียงจากประเด็นที่ผู้สมัครชาวไทยมักค้นหาบน Google และตรวจสอบข้อมูลกับเว็บไซต์ทางการของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ณ เดือนกรกฎาคม 2026
1. วีซ่าอเมริกา B1/B2 คืออะไร และใช้เดินทางเพื่ออะไร?
วีซ่า B1/B2 เป็นวีซ่าชั่วคราวสำหรับเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา โดย B1 ใช้สำหรับกิจกรรมทางธุรกิจที่ได้รับอนุญาต เช่น ประชุม เจรจาสัญญา หรือเข้าร่วมงานสัมมนา ส่วน B2 ใช้สำหรับท่องเที่ยว พักผ่อน เยี่ยมเพื่อนหรือญาติ และรับการรักษาพยาบาล วีซ่าประเภทนี้ไม่อนุญาตให้ทำงานหรือพำนักถาวรในสหรัฐฯ
2. ขอวีซ่าอเมริกา B1/B2 ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
เอกสารหลักประกอบด้วยหนังสือเดินทาง ใบยืนยันแบบฟอร์ม DS-160 ใบยืนยันนัดสัมภาษณ์ หลักฐานชำระค่าธรรมเนียม และรูปถ่ายตามข้อกำหนด นอกจากนี้ ควรเตรียมหลักฐานการทำงานหรือธุรกิจ เอกสารทางการเงิน แผนการเดินทาง และหลักฐานแสดงความผูกพันกับประเทศไทย เจ้าหน้าที่อาจขอตรวจเอกสารเพิ่มเติมตามข้อมูลของผู้สมัครแต่ละราย
3. ขอวีซ่าอเมริกาต้องมีเงินในบัญชีเท่าไร?
สถานทูตสหรัฐฯ ไม่ได้กำหนดยอดเงินขั้นต่ำตายตัว ผู้สมัครควรมีเงินเพียงพอสำหรับค่าเดินทาง ที่พัก ค่าใช้จ่ายระหว่างพำนัก และการเดินทางกลับ ยอดเงินควรสัมพันธ์กับรายได้ ระยะเวลาท่องเที่ยว และจำนวนผู้ร่วมเดินทาง หากมีเงินก้อนเข้าบัญชี ควรเตรียมหลักฐานอธิบายที่มาอย่างชัดเจน การมีเงินจำนวนมากเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าวีซ่าจะได้รับอนุมัติ
4. สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา B1/B2 ถามอะไรบ้าง?
คำถามมักเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์การเดินทาง ระยะเวลาที่จะอยู่ เมืองที่ต้องการไป ผู้ร่วมเดินทาง ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย อาชีพ รายได้ และญาติหรือบุคคลที่รู้จักในสหรัฐฯ ควรตอบตามความจริง กระชับ และตรงกับข้อมูลใน DS-160 เจ้าหน้าที่จะพิจารณาว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติตามกฎหมายและมีเหตุผลเพียงพอที่จะเดินทางกลับประเทศหรือไม่
5. ค่าธรรมเนียมวีซ่าอเมริกา B1/B2 เท่าไร?
ค่าธรรมเนียมคำขอวีซ่า B1/B2 อยู่ที่ 185 ดอลลาร์สหรัฐ ตามอัตราที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แสดงในเดือนกรกฎาคม 2026 ค่าธรรมเนียมไม่สามารถขอคืนได้ แม้วีซ่าจะไม่ได้รับอนุมัติ และยังไม่รวมค่าจัดส่งหนังสือเดินทางหรือค่าบริการของผู้ช่วยจัดเตรียมคำขอ อัตราอาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบก่อนชำระเงินจริง
6. วีซ่า B1/B2 มีอายุกี่ปี และอยู่ในอเมริกาได้นานเท่าไร?
อายุของวีซ่ากับระยะเวลาพำนักเป็นคนละส่วนกัน อายุวีซ่าและจำนวนครั้งที่ใช้เดินทางขึ้นอยู่กับสัญชาติและการอนุมัติของสถานทูต ส่วนระยะเวลาที่อยู่ในสหรัฐฯ แต่ละครั้งจะถูกกำหนดโดยเจ้าหน้าที่ Customs and Border Protection เมื่อเดินทางเข้าประเทศ ผู้เดินทางต้องตรวจสอบวันที่อนุญาตในตราประทับหรือระบบ I-94 และเดินทางออกก่อนครบกำหนด วีซ่าที่ยังไม่หมดอายุไม่ได้รับประกันว่าจะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศทุกครั้ง
หมายเหตุ: การมีเอกสารครบหรือใช้บริการจัดเตรียมคำขอไม่สามารถรับประกันผลวีซ่าได้ การอนุมัติขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่กงสุลสหรัฐฯ และการอนุญาตให้เข้าประเทศเป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ณ ด่านขาเข้า