หมวดที่ 1
ข้อมูลนิติบุคคลผู้ให้บริการ บทนิยาม และวัตถุประสงค์ (Corporate Information, Definitions, and Governings Purposes)
1. ข้อมูลนิติบุคคลผู้ให้บริการและการบริหารจัดการเครื่องหมายการค้า
ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการฉบับนี้ (ซึ่งต่อไปในข้อตกลงนี้จะเรียกว่า “ข้อตกลง”) จัดทำขึ้นและมีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่าง บริษัท ออล ทู ทริปส์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นโดยถูกต้องตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย จดทะเบียน ณ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หมายเลขทะเบียนนิติบุคคล [ระบุเลขทะเบียนนิติบุคคล] มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 128/118 อาคารพญาไทพลาซ่า ชั้นที่ 11 ห้องเลขที่ E ถนนพญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 (ซึ่งต่อไปในข้อตกลงนี้จะเรียกว่า “บริษัทฯ”) ในฐานะเป็นผู้ถือสิทธิแต่เพียงผู้เดียว เจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ผู้บริหารจัดการ ผู้ถือครอง และผู้ดำเนินการ แพลตฟอร์ม เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และเครื่องหมายการค้าภายใต้ชื่อ “ALLVISA” และ “All to Trips” (ซึ่งต่อไปในข้อตกลงนี้จะเรียกว่า “เครื่องหมายการค้าของผู้ให้บริการ”) ฝ่ายหนึ่ง
กับ ผู้ใช้บริการ หรือ ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ไม่ว่าจะกระทำการด้วยตนเอง หรือกระทำการแทนบุคคลอื่นใด ทั้งผู้มีสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ซึ่งเป็นผู้เข้าถึง เข้าชม ทำธุรกรรม ชำระเงิน ส่งมอบข้อมูล หรือรับบริการจากบริษัทฯ ผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.allvisatours.com หรือช่องทางอื่นใดของบริษัทฯ (ซึ่งต่อไปในข้อตกลงนี้จะเรียกว่า “ผู้ใช้บริการ”) อีกฝ่ายหนึ่ง
2. บทนิยามศัพท์ และคำจำกัดความ (Definitions)
เพื่อประโยชน์ในการตีความตามข้อตกลงฉบับนี้ รวมถึงเอกสาร นโยบายประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Policy) ประกาศ เงื่อนไขแพ็กเกจ และสัญญาแนบท้ายใดๆ บรรดาคำ ข้อความ หรือประโยคที่ปรากฏดังต่อไปนี้ ให้มีความหมายตามที่กำหนดไว้ในส่วนบทนิยามนี้ทุกประการ เว้นแต่บริบททางกฎหมายจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยชัดแจ้ง
2.1 "บริษัทฯ" หมายถึง บริษัท ออล ทู ทริปส์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นโดยถูกต้องตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (บรรพ 3 หุ้นส่วนและบริษัท) ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ [ระบุเลขทะเบียน] รวมถึงกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ตัวแทน ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ ที่ปรึกษา ผู้รับจ้างช่วง และผู้ได้รับสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายจากบริษัทฯ
2.2 “ผู้ใช้บริการ” หรือ “ลูกค้า” หมายถึง บุคคลธรรมดา นิติบุคคล บุคคลผู้รับบริการ ผู้สมัครยื่นคำร้องขอวีซ่า ผู้เดินทาง คณะบุคคล หรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจซึ่งกระทำการแทนบุคคลดังกล่าว ไม่ว่าจะกระทำในนามตนเองหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น ที่เข้าถึง ใช้บริการ ชำระเงิน หรือส่งมอบเอกสารแก่บริษัทฯ
2.3 “ALLVISA” หมายถึง เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ ชื่อทางการค้า โดเมนเนม ตราสัญลักษณ์ และช่องทางให้บริการธุรการจัดเตรียมเอกสารคำร้องขอวีซ่า ซึ่งบริหารจัดการและเป็นสิทธิแต่เพียงผู้เดียวของ บริษัท ออล ทู ทริปส์ กรุ๊ป จำกัด
2.4 “All to Trips” หมายถึง เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ ตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Marketplace) แพลตฟอร์มรวบรวมบริการการท่องเที่ยว และบริการจัดรายการนำเที่ยว ซึ่งบริหารจัดการและเป็นสิทธิแต่เพียงผู้เดียวของ บริษัท ออล ทู ทริปส์ กรุ๊ป จำกัด
2.5 "แพลตฟอร์ม" หมายถึง ระบบเทคโนโลยี สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ เว็บไซต์ (Website) เว็บแอปพลิเคชัน (Web Application) แอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Application) ระบบการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI Model/Engine) อินเทอร์เฟซโปรแกรมประยุกต์ (Application Programming Interface : API) ฐานข้อมูล (Database) แม่แบบเอกสารดิจิทัล (Digital Templates) ตลอดจนระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั้งหมดที่พัฒนา ดำเนินการ ถือสิทธิ หรือเปิดให้บริการโดยบริษัทฯ
2.6 “บริการ ALLVISA” หรือ “บริการ” (Services) หมายถึง การให้บริการอำนวยความสะดวก งานธุรการ การประสานงาน การจัดทำแบบฟอร์ม การจัดเตรียมเอกสารเบื้องต้น การจัดทำรายการเดินทางชั่วคราว การจัดทำหลักฐานการจองที่พักและพาหนะชั่วคราวเพื่อประกอบคำขอ และการดำเนินการนัดหมายวันเวลาในการยื่นคำร้องขอตรวจลงตรา (Visa Request) ตามขอบเขตแพ็กเกจที่ผู้ใช้บริการได้เลือกและชำระเงิน โดยบริการดังกล่าวมีฐานะเป็นเพียงงานธุรการและงานประสานงานช่วยเหลือเท่านั้น มิใช่บริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายการตรวจคนเข้าเมือง และมิใช่บริการที่สามารถรับประกัน หรือรับรองผลการพิจารณาอนุมัติวีซ่าได้แต่ประการใด
2.7 “ตรวจลงตรา” หรือ “วีซ่า” (Visa) หมายถึง หนังสือตราประทับ เอกสาร หรือตราอนุมัติอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Visa/e-Visa) ที่ออกโดยหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายของรัฐหรือประเทศปลายทาง เพื่ออนุญาตให้บุคคลเดินทางเข้าสู่ประเทศดังกล่าวตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนด
2.8 “สถานทูต/ศูนย์รับคำร้อง” (Embassy/Consular/Visa Application Center : VAC) หมายถึง สถานเอกอัครราชทูต (Embassy), สถานกงสุลใหญ่ (Consulate-General), กรมการกงสุล, กระทรวงการต่างประเทศ, กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง, ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชนที่ได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการ (เช่น VFS Global, TLScontact, BLS International) หรือหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศที่มีอำนาจตามกฎหมายในการพิจารณา อนุมัติ ปฏิเสธ หรือยกเลิกคำขอตรวจลงตรา
2.9 “เอกสารประกอบคำขอ” (Supporting Documents) หมายถึง หนังสือเดินทาง (Passport), บัตรประจำตัวประชาชน, ทะเบียนบ้าน, เอกสารทางการเงิน เช่น รายงานการเคลื่อนไหวทางบัญชีธนาคาร (Bank Statement) หรือหนังสือรับรองทางการเงิน (Bank Guarantee), เอกสารการทำงาน, หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล, เอกสารเกี่ยวกับสุขภาพ, หรือเอกสารส่วนบุคคลอื่นใดไม่ว่าในรูปแบบเอกสารกระดาษ หรือไฟล์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้ใช้บริการส่งมอบให้แก่บริษัทฯ เพื่อใช้ประกอบการทำคำร้องขอวีซ่า
2.10 “ข้อมูลส่วนบุคคล” (Personal Data) หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ ตามนิยามในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)
2.11 “ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” (Sensitive Personal Data) หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ (Biometric Data) หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกัน ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
2.12 “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หรือ “PDPA” (Personal Data Protection Act B.E. 2562) หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ และคำสั่งที่ออกตามความในพระราชบัญญัติดังกล่าว ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต
2.13 “ข้อตกลงระดับการให้บริการ” (Service Level Agreement : SLA) หมายถึง ขอบเขต มาตรฐาน ระยะเวลา และเงื่อนไขการให้บริการตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้ในแต่ละแพ็กเกจบริการ
2.14 “แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ” (Business Continuity Plan : BCP) หมายถึง มาตรการและกระบวนการทำงานสำรองของบริษัทฯ เพื่อรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือเหตุขัดข้องทางเทคโนโลยี ให้สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง
2.15 “เหตุสุดวิสัย” (Force Majeure) หมายถึง เหตุใดๆ อันท่องแท้ที่ไม่อาจป้องกันได้ แม้บุคคลผู้ต้องประสบหรือได้รับผลร้ายจากเหตุนั้นจะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรแล้วก็ตาม รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ ภัยธรรมชาติ, สงคราม, การจลาจล, การก่อการร้าย, โรคระบาด, การปิดพรมแดน, การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย/ระเบียบสถานทูตอย่างกะทันหัน, ระบบการอนุมัติวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐบาลต่างประเทศขัดข้อง, หรือเหตุขัดข้องทางเทคโนโลยีสารสนเทศระดับเป็นวงกว้าง
3. วัตถุประสงค์ และขอบเขตแห่งความผูกพัน
3.1 วัตถุประสงค์หลัก
ข้อตกลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ เงื่อนไข ข้อจำกัด และความตกลงทางกฎหมายระหว่าง บริษัท ออล ทู ทริปส์ กรุ๊ป จำกัด (บริษัทฯ) ในฐานะผู้ให้บริการ และผู้ใช้บริการ ในการใช้งานเว็บไซต์ ALLVISA การซื้อแพ็กเกจบริการ การส่งมอบเอกสาร การประสานงาน และการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้มีความถูกต้อง โปร่งใส สอดคล้องกับกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย ได้แก่
3.1.1 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม)
3.1.2 พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม)
3.1.3 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม)
3.1.4 พระราชบัญญัติข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
3.1.5 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)
3.1.6 พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ พ.ศ. 2562
3.2 ขอบเขตการเชื่อมโยงระหว่างเครื่องหมายการค้า
ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า แม้การให้บริการนี้จะดำเนินการภายใต้เครื่องหมายการค้า ALLVISA แต่สิทธิตามกฎหมาย สัญญา คู่สัญญา และความรับผิดชอบทางแพ่ง อาญา และพาณิชย์ทั้งหมด จะผูกพันโดยตรงกับ บริษัท ออล ทู ทริปส์ กรุ๊ป จำกัด ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจมีการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูล สิทธิประโยชน์ บัญชีผู้ใช้งาน (User Account) หรือการให้บริการร่วมกับแพลตฟอร์ม All to Trips เพื่อความสะดวกของผู้ใช้บริการ โดยการประมวลผลข้อมูลดังกล่าวจะอยู่ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเดียวกันตามที่กฎหมายกำหนด
3.3 สิทธิในการแก้ไขปรับปรุงข้อตกลง
บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการแก้ไข ปรับปรุง เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขในข้อตกลงนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ได้ตลอดเวลาตามที่บริษัทฯ เห็นสมควร โดยบริษัทฯ จะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบผ่านการประกาศบนเว็บไซต์ ALLVISA หรือผ่านทางอีเมลที่ผู้ใช้บริการได้ลงทะเบียนไว้ การที่ผู้ใช้บริการยังคงเข้าใช้บริการ ชำระเงิน หรือส่งมอบเอกสารแก่บริษัทฯ ภายหลังจากการแก้ไขปรับปรุงดังกล่าว ถือว่าผู้ใช้บริการได้อ่าน เข้าใจ และให้ความยินยอมตกลงผูกพันตามข้อตกลงฉบับปรับปรุงใหม่นั้นโดยสุจริตและไม่อาจเพิกถอนได้
3.4 ภาษาที่ใช้บังคับ (Governing Language)
ข้อตกลงนี้จัดทำขึ้นเป็นภาษาไทย ในกรณีที่มีการแปลข้อตกลงนี้เป็นภาษาอื่นใด ไม่ว่าเพื่อวัตถุประสงค์ในการอำนวยความสะดวกหรือการทำการตลาด หากมีความขัดแย้ง แตกต่าง หรือไม่สอดคล้องกันระหว่างฉบับภาษาไทยและฉบับภาษาอื่น ให้ถือเอา ฉบับภาษาไทยเป็นฉบับที่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายแต่เพียงฉบับเดียว
หมวดที่ 2
การยอมรับข้อตกลง สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ เจตนาผูกพันทางกฎหมาย และการยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (Electronic Acceptance, E-Contracts, Intention to Be Bound, and Digital Identification)
1. รูปแบบการแสดงเจตนาและการเข้าทำสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Consent and Formation of Contract)
1.1 การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signature)
ผู้ใช้บริการรับทราบ ตกลง และยอมรับว่า การกระทำใดๆ ก็ตามผ่านแพลตฟอร์มของบริษัทฯ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ การทำเครื่องหมายในกล่องตัวเลือก (Checkbox), การกดปุ่ม “ยอมรับ” (Accept), “ตกลง” (Agree), “ชำระเงิน” (Pay/Checkout), “ยืนยันข้อมูล” (Confirm), การลงทะเบียนสร้างบัญชีผู้ใช้งาน (User Account), การอัปโหลดเอกสารประกอบคำขอเข้าสู่ระบบ หรือการส่งมอบข้อมูลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ แอปพลิเคชันส่งข้อความ (Instant Messaging Applications) หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail : Email) ให้ถือเป็นการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signature) ตามมาตรา 9 และมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) และถือเป็นการแสดงเจตนาเข้าทำสัญญาที่ถูกต้อง สมบูรณ์ และมีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างผู้ใช้บริการและบริษัทฯ โดยทันที
1.2 ความสมบูรณ์และผลบังคับของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Legal Effect of Data Messages)
ผู้ใช้บริการตกลงว่าจะไม่อ้าง ความไม่มีผลบังคับ ความไม่สมบูรณ์ หรือความไม่สามารถฟ้องร้องบังคับคดีได้ของข้อตกลงนี้ เพียงเพราะเหตุที่ข้อตกลงนี้อยู่ในรูปของหนังสือหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือจัดทำขึ้นด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งนี้ ข้อตกลง เอกสาร นโยบาย และการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดระหว่างบริษัทฯ และผู้ใช้บริการ ให้ถือเป็นพยานหลักฐานในกระบวนการพิจารณาคดีทางศาลและการอนุญาโตตุลาการที่มีน้ำหนักและพยานหลักฐานทางกฎหมายเทียบเท่ากับเอกสารลายลักษณ์อักษรที่ลงนามบนกระดาษทุกประการ ตามมาตรา 7 ถึงมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม)
1.3 การสละสิทธิในการโต้แย้งความไม่รู้ (Waiver of Ignorance Defense)
ผู้ใช้บริการยืนยันว่า ได้อ่าน ทำความเข้าใจ และยอมรับข้อกำหนด เงื่อนไข ขอบเขตบริการ นโยบายประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) และข้อจำกัดความรับผิดทั้งหมดในข้อตกลงนี้โดยละเอียดถี่ถ้วนก่อนการชำระเงินหรือส่งมอบเอกสาร ผู้ใช้บริการสละสิทธิในการยกเว้นความรับผิด ข้อต่อสู้ หรือสิทธิเรียกร้องใดๆ ต่อบริษัทฯ โดยอ้างว่าไม่ได้อ่าน ไม่เข้าใจภาษาไทย หรือไม่ได้รับทราบข้อตกลงนี้ก่อนทำธุรกรรม
1.4 ข้อตกลงเรื่องเขตเวลาและการบันทึกเวลาทางกฎหมาย (Legal Time Zone Agreement)
บรรดาการแสดงเจตนา การกดปุ่มยอมรับ การชำระเงิน การส่งมอบเอกสาร หรือการยกเลิกบริการใดๆ ผ่านแพลตฟอร์ม ให้ถือเอา เวลามาตรฐานแห่งประเทศไทย (Thailand Standard Time : THA/UTC+07:00) ที่บันทึกโดยเครื่องแม่ข่าย (Server Clock) ของบริษัทฯ เป็นเวลาที่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่อ้างอิงเขตเวลาของอุปกรณ์หรือสถานที่ของผู้ใช้บริการ
2. คุณสมบัติ ความสามารถตามกฎหมาย การแสดงตน และการมอบอำนาจ (User Qualifications, Legal Capacity, e-KYC, and Authorization)
2.1 ความสามารถในการทำนิติกรรมตามกฎหมาย (Legal Capacity)
ผู้ใช้บริการขอรับรองและยืนยันตนเองว่า เป็นบุคคลที่มีบรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายแห่งประเทศที่ตนถือสัญชาติ (มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ หรือบรรลุนิติภาวะด้วยการสมรสตามกฎหมาย) มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถ บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลล้มละลาย และมีอำนาจทางกฎหมายในการเข้าทำสัญญาและผูกพันตนเองตามข้อตกลงนี้
2.2 กรณีผู้ใช้บริการเป็นผู้เยาว์หรือบุคคลผู้มีความจำกัดทางกฎหมาย (Minors and Incapacitated Persons)
หากผู้ใช้บริการเป็นผู้เยาว์ หรือบุคคลที่ไร้ความสามารถ/เสมือนไร้ความสามารถตามกฎหมาย การเข้าทำสัญญานี้ต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้แทนโดยชอบธรรม (Legal Representative) ผู้ปกครอง (Guardian) หรือผู้อนุบาล (Custodian) ตามกฎหมายก่อนทุกครั้ง และถือว่าผู้แทนโดยชอบธรรมนั้นตกลงเข้ารับผิดชอบร่วมอย่างเป็นลูกหนี้ร่วม (Co-debtor) ในบรรดาหนี้และหนี้สิน ตลอดจนความเสียหายทั้งปวงที่อาจเกิดขึ้นแก่บริษัทฯ
2.3 กรณีผู้ใช้บริการเป็นนิติบุคคล (Corporate Users)
หากผู้ใช้บริการกระทำการในนามนิติบุคคล ผู้ใช้บริการขอรับรองและยืนยันว่า ตนเป็นกรรมการ ผู้แทน หรือผู้รับมอบอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลดังกล่าวตามหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และมีอำนาจเข้าทำข้อตกลงนี้แทนและเพื่อประโยชน์ของนิติบุคคลนั้นๆ ทุกประการ
2.4 กรณีการกระทำการแทนบุคคลอื่นและการมอบอำนาจอิเล็กทรอนิกส์ (Acting as an Agent and e-Proxy)
ในกรณีที่ผู้ใช้บริการกระทำการแทนผู้สมัครขอวีซ่า ผู้เดินทาง สมาชิกในครอบครัว พนักงาน หรือบุคคลอื่นใด (ซึ่งต่อไปในหมวดนี้จะเรียกว่า “ผู้รับประโยชน์/ผู้เดินทาง”) ผู้ใช้บริการขอรับรองและยืนยันอย่างเด็ดขาดว่า
2.4.1 ผู้ใช้บริการได้รับมอบอำนาจ สิทธิ และความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรที่ถูกต้องตามกฎหมายจากผู้รับประโยชน์/ผู้เดินทาง ในการจัดส่งข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เอกสารประกอบคำขอ และการยินยอมรับข้อตกลงนี้แทนบุคคลดังกล่าว
2.4.2 ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องแจ้งข้อตกลง เงื่อนไข ข้อจำกัดความรับผิด และนโยบายประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ให้แก่ผู้รับประโยชน์/ผู้เดินทาง ทราบอย่างครบถ้วน
2.4.3 หากผู้รับประโยชน์/ผู้เดินทาง โต้แย้ง ละเมิด หรือฟ้องร้องดำเนินคดีใดๆ ต่อบริษัทฯ อันเนื่องมาจากความบกพร่องของผู้ใช้บริการในการแจ้งข้อมูลหรือการไม่มีอำนาจมอบหมาย ผู้ใช้บริการตกลงจะเข้าปกป้อง ชดใช้ และรับผิดชอบค่าเสียหาย ค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมทนายความ และค่าเสียหายเชิงลงโทษทั้งหมดแทนบริษัทฯ เต็มจำนวนโดยทันที
2.5 กระบวนการรู้จักลูกค้าและการยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (Know Your Customer and Electronic Know Your Customer : KYC/e-KYC)
เพื่อป้องกันการฟอกเงิน การทุจริต และการอ้างตัวตนเท็จ ผู้ใช้บริการตกลงที่จะให้ความร่วมมือในกระบวนการยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (e-KYC) ตามที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งอาจรวมถึงการส่งภาพถ่ายคู่กับหนังสือเดินทาง (Passport Selfie), การตรวจสอบเอกสารแสดงตนกับฐานข้อมูลรัฐบาล, หรือการยืนยันผ่านรหัสผ่านใช้ครั้งเดียว (One-Time Password : OTP) หากผู้ใช้บริการปฏิเสธกระบวนการ e-KYC บริษัทฯ มีสิทธิปฏิเสธ หรือระงับการให้บริการทันทีโดยไม่ต้องคืนเงินค่าบริการ
3. บันทึกข้อมูล หลักฐานทางดิจิทัล และความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Digital Evidence, Audit Trail Logs, and ISMS)
3.1 การบันทึกประวัติการทำธุรกรรม (Audit Trail System)
เพื่อประโยชน์ในการยืนยันตัวตนและการตรวจสอบความถูกต้องตามมาตรฐานสากล และระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Management System : ISMS) ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า บริษัทฯ จะทำการบันทึกและจัดเก็บข้อมูลประวัติการทำธุรกรรมดิจิทัล (Audit Logs) ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
3.1.1 หมายเลขอินเทอร์เน็ตโพรโทคอล (Internet Protocol Address : IP Address)
3.1.2 วัน เวลา และสถานที่ทางดิจิทัลที่มีการกดยอมรับข้อตกลงหรือทำธุรกรรม (Timestamp)
3.1.3 ข้อมูลอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ และเบราว์เซอร์ที่ใช้ในการเข้าถึง (Device and Browser Metadata)
3.1.4 ประวัติการกรอกข้อมูล การแก้ไขข้อมูล และเวอร์ชันของแบบฟอร์มที่ลูกค้ายืนยัน
3.1.5 หลักฐานการชำระเงิน ข้อมูลคำขอชำระเงิน และสลิปการโอนเงิน (Payment Confirmation Data)
3.2 ข้อตกลงให้ใช้ประวัติการทำธุรกรรมเป็นพยานหลักฐานเด็ดขาด (Conclusive Proof Agreement)
ข้อมูล บันทึกประวัติการทำธุรกรรม (Audit Logs) และหลักฐานดิจิทัลที่จัดเก็บโดยระบบของบริษัทฯ ตามหมวดที่ 2 ข้อ 3.1 ให้ถือเป็นพยานหลักฐานอันฟังเป็นข้อยุติและมีน้ำหนักเด็ดขาด (Conclusive Proof) ในการพิสูจน์การเข้าทำสัญญา การแสดงเจตนา และการยอมรับข้อตกลงของผู้ใช้บริการในกระบวนการพิจารณาของศาล หน่วยงานกำกับดูแล หรือองค์กรระงับข้อพิพาทใดๆ
3.3 มาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยมิชอบและการใช้อุปกรณ์อัตโนมัติ (Anti-Bot and Anti-Abuse Measures)
ห้ามมิให้ผู้ใช้บริการใช้ซอฟต์แวร์อัตโนมัติ, สกริปต์ (Scripts), บอท (Bots), สไปเดอร์ (Spiders), หรือกระบวนการทางเทคโนโลยีใดๆ ในการดึงข้อมูล เข้าถึงระบบ หรือส่งข้อมูลขยะเข้าสู่ระบบของบริษัทฯ หากพบการกระทำดังกล่าว บริษัทฯ มีสิทธิระงับการเข้าถึง ตัดสายการเชื่อมต่อ ดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) และเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งได้ทันที
4. ความพร้อมใช้งานของระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (System Availability, IT Standards, SLA, and BCP)
4.1 ข้อตกลงระดับการให้บริการทางเทคโนโลยี (IT Service Level Agreement : SLA)
บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะดูแลระบบแพลตฟอร์มให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า แพลตฟอร์มและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอาจมีความจำเป็นต้องปิดปรับปรุงชั่วคราวเพื่อการบำรุงรักษาตามระยะเวลา (Scheduled Maintenance) หรือการปรับปรุงฉุกเฉิน การปิดระบบดังกล่าวไม่ถือเป็นการผิดสัญญาของบริษัทฯ
4.2 การใช้แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan : BCP)
ในกรณีเกิดเหตุขัดข้องทางเทคโนโลยี เหตุภัยไซเบอร์ หรือระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตระดับประเทศ/นานาชาติขัดข้อง บริษัทฯ จะดำเนินงานตามแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan : BCP) เพื่อให้การจัดเตรียมเอกสารของผู้ใช้บริการได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ทั้งนี้ บริษัทฯ พ้นจากความรับผิดในความล่าช้าใดๆ ที่เกิดขึ้นจากเหตุขัดข้องทางเทคโนโลยีภายนอกที่เกินกว่าการควบคุมทางเทคนิคของบริษัทฯ
5. การบูรณาการสัญญา เอกสารแนบท้าย และความไม่ขัดแย้ง (Entire Agreement, Integrated Documents, and Non-Contradiction)
5.1 ข้อตกลงอันเป็นที่สุด (Entire Agreement)
ข้อตกลงฉบับนี้ ร่วมกับนโยบายประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice), นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy), ประกาศรายละเอียดแพ็กเกจบริการ ALLVISA และเอกสารแนบท้ายที่บริษัทฯ กำหนดขึ้น ให้ถือเป็นความตกลงอันเป็นที่สุด สมบูรณ์ และรวมเป็นสัญญาฉบับเดียวกันระหว่างคู่สัญญา โดยให้ยกเลิกและทดแทนการเจรจา การโฆษณา การตกลงด้วยวาจา จดหมาย ข้อความแชท หรือข้อตกลงฉบับก่อนหน้านี้ทั้งหมดที่ขัดหรือแย้งกับข้อตกลงนี้
5.2 การลำดับความสำคัญของเอกสาร (Precedence of Documents)
ในกรณีที่มีข้อความ ข้อยกเว้น หรือเงื่อนไขที่ขัดหรือแย้งกันระหว่างเอกสาร ให้ถือลำดับความสำคัญในการบังคับใช้ทางกฎหมายจากมากไปน้อย ดังต่อไปนี้
5.2.1 ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการ ALLVISA ฉบับนี้
5.2.2 นโยบายประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)
5.2.3 ประกาศรายละเอียดขอบเขตงานและเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละแพ็กเกจบริการบนเว็บไซต์ www.allvisatours.com
5.2.4 เอกสารคำแนะนำและข้อความโฆษณาประชาสัมพันธ์อื่นๆ
หมวดที่ 3
ขอบเขตบริการ แพ็กเกจบริการ รายการยกเว้น และข้อจำกัดการให้บริการ (Scope of Services, Service Packages, Exclusions, and Operational Limitations)
1. ขอบเขตการให้บริการของ ALLVISA (Scope of Services)
1.1 ฐานะทางกฎหมายของการให้บริการ (Legal Status of Service Provider)
ผู้ใช้บริการรับทราบ ตกลง และยอมรับโดยชัดแจ้งว่า การให้บริการภายใต้เครื่องหมายการค้า ALLVISA โดย บริษัท ออล ทู ทริปส์ กรุ๊ป จำกัด มีสถานะทางกฎหมายเป็นเพียง “ผู้ให้บริการอำนวยความสะดวก งานธุรการ การรวบรวมเอกสาร การกรอกข้อมูล และการประสานงานนัดหมาย”เท่านั้น บริษัทฯ มิใช่สถานทูต, สถานกงสุล, ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน, สำนักงานกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง, หรือหน่วยงานของรัฐบาลที่มีอำนาจตามกฎหมายในการพิจารณาอนุมัติหรือปฏิเสธวีซ่าแต่ประการใด
1.2 ขอบเขตงานแพ็กเกจ Standard (Scope of Work for Standard Package)
บริการ ALLVISA ในแพ็กเกจระดับพื้นฐาน (Standard Package) หรือแพ็กเกจเริ่มต้นราคา 3,000 บาท (สามพันบาทถ้วน) ต่อผู้สมัคร 1 (หนึ่ง) ท่าน (หรือตามอัตราค่าบริการที่บริษัทฯ ประกาศกำหนดไว้บนแพลตฟอร์ม www.allvisatours.com) ให้ครอบคลุมเฉพาะขอบเขตงานธุรการเบื้องต้นจำนวน 7 (เจ็ด) ประการ ดังต่อไปนี้เท่านั้น
1.2.1 การจัดทำรายการตรวจสอบเอกสาร (Checklist Documents Preparation)
การจัดส่งรายการเอกสารประกอบคำขอมาตรฐานตามระเบียบพื้นฐานของสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC) สำหรับประเทศปลายทางที่เลือก โดยอิงตามสถานะพื้นฐานของผู้สมัครที่ผู้ใช้บริการแจ้งแก่บริษัทฯ (เช่น พนักงานบริษัทเอกชน, ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ, เจ้าของกิจการ/ผู้ถือหุ้น, นักเรียน/นักศึกษา, หรือผู้ไม่มีรายได้/ผู้อยู่ในความอุปการะ)
1.2.2 การตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารเบื้องต้น (Initial Document Completeness Check)
การตรวจเช็คความครบถ้วนเชิงกายภาพ จำนวน และรูปแบบของเอกสารตามที่ผู้ใช้บริการจัดส่งมาให้ว่าตรงตามรายการตรวจสอบเอกสารหรือไม่ (ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการตรวจสอบประเมินความน่าเชื่อถือ การสืบสวนประวัติ การตรวจสอบความแท้จริงของเอกสาร หรือการรับรองความถูกต้องของเนื้อหาในเอกสารดังกล่าว)
1.2.3 การตรวจสอบมาตรฐานความชัดของไฟล์เอกสารดิจิทัล (Digital Document Clarity & Resolution Check)
การตรวจเช็กความชัดเจนของไฟล์ภาพถ่ายหรือไฟล์สแกนหนังสือเดินทางและเอกสารประกอบคำขอที่ผู้ใช้บริการอัปโหลดเข้าสู่ระบบ ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องจัดส่งไฟล์ที่มีความคมชัด ไม่สะท้อนแสง ไม่บดบังข้อความ และเห็นรายละเอียดครบถ้วน หากผู้ใช้บริการจัดส่งไฟล์ไม่ชัดเจนจนส่งผลกระทบต่อการพิจารณา ให้ถือเป็นความบกพร่องของผู้ใช้บริการเอง
1.2.4 การกรอกแบบฟอร์มคำขอวีซ่า (Visa Application Form Completion
การนำข้อมูลส่วนบุคคล ประวัติการเดินทาง ประวัติการทำงาน และรายละเอียดอื่นๆ ที่ผู้ใช้บริการจัดหาและยืนยันความถูกต้องแล้ว ไปดำเนินการกรอกลงในแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าอย่างเป็นทางการ (Paper Application Form) หรือกรอกเข้าสู่ระบบวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Visa System/e-Visa System) ของสถานทูตหรือประเทศปลายทาง
1.2.5 การจัดทำแบบแปลเอกสารมาตรฐานเฉพาะประเภทที่กำหนด (Standard Document Translation Support)
การจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษสำหรับเอกสารทางราชการไทยฉบับมาตรฐาน จำนวนไม่เกิน 3 (สาม) ฉบับต่อผู้สมัคร 1 ท่าน โดยจำกัดเฉพาะเอกสาร 4 ประเภทนี้เท่านั้น ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน, ทะเบียนบ้าน, หนังสือเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล, หรือใบสำคัญการสมรส โดยเป็นคำแปลฉบับธุรการเพื่อใช้ประกอบคำขอวีซ่าเท่านั้น (ไม่รวมเอกสารทางธุรกิจ เอกสารงบการเงิน เอกสารโฉนดที่ดิน และไม่รวมการรับรองคำแปลโดยกระทรวงการต่างประเทศ หรือโนตารีพับลิค : Notary Public)
1.2.6 การจัดทำแผนการเดินทางชั่วคราว (Basic Travel Itinerary Preparation)
การจัดทำเอกสารแผนการท่องเที่ยว แผนการเดินทาง หรือกำหนดการเดินทางชั่วคราวภาษาอังกฤษ (Basic Travel Itinerary) แบบพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบในแฟ้มคำร้องขอวีซ่า
1.2.7 การจัดเตรียมเอกสารยืนยันการจองชั่วคราว (Temporary Booking Documents) และเงื่อนไขเกี่ยวกับอายุเอกสาร
การช่วยจัดหาหรือจัดทำเอกสารยืนยันการจองที่พัก โรงแรม หรือตั๋วเครื่องบิน/ยานพาหนะแบบชั่วคราว (Dummy/Temporary Bookings) เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้ประกอบแบบฟอร์มคำขอวีซ่าตามระเบียบของสถานทูตเท่านั้น โดยผู้ใช้บริการรับทราบและยอมรับข้อจำกัดทางเทคนิคว่า เอกสารการจองชั่วคราวดังกล่าวมีอายุการใช้งานจำกัดตามระบบของสายการบินหรือระบบจองโรงแรม (โดยทั่วไปมีอายุประมาณ 24 ถึง 72 ชั่วโมง) หากเอกสารการจองชั่วคราวดังกล่าวหมดอายุ ถูกยกเลิก หรือไม่สามารถตรวจสอบสถานะได้ในขณะที่สถานทูตทำการพิจารณา เนื่องจากระยะเวลาการพิจารณาของสถานทูตที่ยาวนานเกินกว่าปกติ หรือเกิดจากเหตุสุดวิสัยใดๆ ให้ถือว่าผู้ใช้บริการได้รับทราบความเสี่ยงดังกล่าวแล้ว และบริษัทฯ พ้นจากความรับผิดชอบในความเสียหายทั้งปวงที่อาจเกิดขึ้น
1.2.8 การประสานงานนัดหมายวันเวลา (Appointment Scheduling Services)
การดำเนินการกดจองวันและเวลาผ่านระบบออนไลน์ของสถานทูต หรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC) เพื่อให้ผู้ใช้บริการเข้ารายงานตัว ยื่นเอกสาร หรือเก็บข้อมูลชีวมิติ (Biometrics Collection) ทั้งนี้ การนัดหมายขึ้นอยู่กับจำนวนคิวที่ว่างในระบบของสถานทูต/VAC ในขณะนั้น บริษัทฯ ไม่สามารถจัดสรรหรือรับประกันคิวแทรก/คิวด่วนพิเศษได้ เว้นแต่จะเป็นบริการเสริมที่ระบบของสถานทูต/VAC เปิดให้ซื้อเพิ่มอย่างเป็นทางการ
2. รายการยกเว้นที่ไม่อยู่ในค่าบริการแพ็กเกจ (Comprehensive Service Exclusions)
ผู้ใช้บริการรับทราบ ตกลง และยินยอมอย่างเด็ดขาดว่า อัตราค่าบริการแพ็กเกจ ALLVISA (รวมถึงแพ็กเกจ Standard ราคาเริ่มต้น 3,000 บาท) ไม่รวมค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม บริการเสริม และภาระผูกพันทางการเงินดังต่อไปนี้ ซึ่งผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบจัดหา ชำระเงิน หรือดำเนินการเพิ่มเติมด้วยตนเองเต็มจำนวน
2.1 ค่าธรรมเนียมของหน่วยงานภายนอกและอัตราแลกเปลี่ยน (Third-Party Fees and Exchange Rate Fluctuations)
2.1.1 ค่าธรรมเนียมการร้องขอวีซ่าของสถานทูต, สถานกงสุล, กรมการกงสุล, กระทรวงการต่างประเทศ หรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทาง (Official Visa Application Fees)
2.1.2 ค่าบริการเคาน์เตอร์และค่าบริหารจัดการของศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center Service Fees เช่น VFS Global, TLScontact, BLS International, Capago)
2.1.3 ค่าธรรมเนียมการเก็บข้อมูลชีวมิติ (Biometrics Collection Fees) และค่าบริการเลานจ์พิเศษ (VIP Lounge/Premium Service/Prime Time Appointment Services) ของศูนย์รับคำร้อง
2.1.4 ส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Foreign Exchange Rate Differences) อัตราค่าธรรมเนียมสถานทูตและศูนย์ยื่นจะถูกเรียกเก็บตามอัตราเงินตราต่างประเทศจริง ณ วันและเวลาที่มีการตัดชำระเงินเข้าระบบสถานทูต หากเกิดส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนหรือมีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมกะทันหันจากสถานทูต ผู้ใช้บริการต้องเป็นผู้รับผิดชอบชำระส่วนต่างนั้นตามจริง
2.2 ค่าบริการด้านเอกสารและการรับรองทางกฎหมายเกินขอบเขต (Extended Document and Legalization Fees)
2.2.1 ค่าบริการแปลเอกสารทางราชการ เอกสารกฎหมาย เอกสารงบการเงิน เอกสารจดทะเบียนบริษัท (ภ.พ.20/หนังสือรับรองบริษัท) เอกสารโฉนดที่ดิน หรือเอกสารเฉพาะทาง ที่เกินกว่ารายการเอกสารมาตรฐาน 4 ประเภทที่ระบุไว้ในหมวดที่ 3 ข้อ 1.2.5
2.2.2 ค่าธรรมเนียมการรับรองคำแปลและรับรองเอกสารโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (Consular Legalization) หรือการรับรองความถูกต้องของเอกสารสาธารณะ (Apostille) หรือการรับรองโนตารีพับลิค (Notary Public) โดยทนายความผู้ทำคำรับรอง
2.2.3 ค่าธรรมเนียมในการออกหนังสือรับรองทางการเงิน (Bank Guarantee), หนังสือรับรองสถานะบัญชี (Bank Certificate), หรือรายงานการเคลื่อนไหวทางบัญชี (Bank Statement) ของสถาบันการเงิน
2.3 ค่าบริการจัดส่งเอกสารและขนส่งภายนอก (Third-Party Courier Services Exclusions)
2.3.1 ค่าบริการจัดส่งหนังสือเดินทาง (Passport) เอกสาร หรือเล่มวีซ่ากลับทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (Courier/Postal Delivery Fees) หรือค่าบริการ SMS แจ้งเตือนสถานะ
2.3.2 บริษัทฯ ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความล่าช้า การสูญหาย การชำรุด หรือความเสียหายของหนังสือเดินทางและเอกสารใดๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการขนส่งของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือผู้ให้บริการขนส่งเอกชนภายนอก (Third-Party Couriers)
2.4 ค่าบริการท่องเที่ยว การเดินทาง และค่าใช้จ่ายจริงในการเดินทาง (Actual Travel and Expense Costs)
2.4.1 ค่าตั๋วเครื่องบินจริง, ค่าตั๋วรถไฟจริง, ค่าเช่ารถ หรือค่าพาหนะเดินทางที่ต้องออกตั๋วชำระเงินจริง (Actual Ticket Issuance)
2.4.2 ค่าห้องพักโรงแรมจริง, ค่าเช่าที่พักจริง, หรือค่าธรรมเนียมการจองที่พักแบบตัดเงินจริง (Non-refundable Hotel Bookings)
2.4.3 ค่าเบี้ยประกันภัยการเดินทาง (Travel Insurance) และค่าประกันสุขภาพที่ได้รับอนุมัติตามมาตรฐานสถานทูต
2.4.4 ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าพาหนะ ค่าที่พัก หรือค่าน้ำมันของผู้ใช้บริการและผู้ติดตาม ในการเดินทางไปยื่นเอกสาร สัมภาษณ์ หรือเก็บข้อมูลชีวมิติ ณ สถานทูต หรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า
2.5 บริการวิเคราะห์เคสและการสืบสวนเชิงลึก (In-Depth Analysis and Strategic Consultation Exclusions)
2.5.1 การวิเคราะห์เคสเชิงลึก, การประเมินโอกาสผ่านหรือถูกปฏิเสธเป็นเปอร์เซ็นต์, การวางแผนกลยุทธ์เพื่อแก้ไขเคสยาก, หรือการจัดตั้งทีมซักซ้อมการสัมภาษณ์วีซ่า
2.5.2 การตรวจสอบ สืบสวน หรือวิเคราะห์ประวัติการถูกปฏิเสธวีซ่าในอดีต (Previous Visa Refusal/Rejection Analysis) หรือการแก้ไขเคสที่เคยติดแบล็กลิสต์ (Blacklist/Immigration Ban)
2.5.3 การจัดทำจดหมายอธิบายเคสชี้แจงส่วนตัวแบบซับซ้อน (Complex Custom Cover Letter/Statement of Purpose/Letter of Explanation) เว้นแต่จะได้ตกลงซื้อเป็นบริการเสริมแยกต่างหาก
3. เงื่อนไขหนังสือเดินทางและการตรวจสอบคุณสมบัติก่อนใช้บริการ (Passport Validity & Eligibility Requirements)
3.1 เงื่อนไขอายุหนังสือเดินทาง (Passport Validity Threshold)
ผู้ใช้บริการรับทราบและยืนยันว่า หนังสือเดินทาง (Passport) ที่นำมาใช้ยื่นขอวีซ่า ต้องมีอายุคงเหลือ ไม่น้อยกว่า 6 (หก) เดือน นับจากวันกำหนดเดินทางกลับเข้าประเทศไทย (หรือตามที่สถานทูตแต่ละประเทศกำหนด) และต้องมีหน้าว่างสำหรับประทับตราวีซ่าอย่างน้อย 2 (สอง) หน้าคู่กัน หากหนังสือเดินทางของผู้ใช้บริการมีอายุไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าว หรือไม่มีหน้าว่างเพียงพอ ส่งผลให้สถานทูต/ศูนย์ยื่นปฏิเสธการรับคำร้อง บริษัทฯ พ้นจากความรับผิดชอบในความเสียหายใดๆ ทั้งปวง
3.2 เงื่อนไขหนังสือเดินทางชำรุด (Damaged Passport Policy)
หนังสือเดินทางต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่หลุดขาด ไม่เปียกน้ำ ไม่มีรอยขีดเขียน หรือไม่มีตราประทับที่ไม่เป็นทางการ หากสถานทูตปฏิเสธคำร้องเนื่องจากหนังสือเดินทางชำรุด ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้บริการแต่เพียงผู้เดียว
4. ข้อจำกัดขอบเขตการแก้ไขข้อมูล การเปลี่ยนแพ็กเกจ และเงื่อนไขคิวนัดหมาย (Modification Limits, Package Upgrades, and Appointment Constraints)
4.1 โควตาการแก้ไขข้อมูลก่อนการยืนยัน (Pre-Confirmation Editing Quota)
ผู้ใช้บริการสามารถแจ้งแก้ไขข้อมูล รายละเอียด หรือข้อความในร่างแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าที่บริษัทฯ จัดทำขึ้นได้ ไม่เกิน 2 (สอง) ครั้ง ก่อนที่ผู้ใช้บริการจะกดปุ่มยืนยัน หรือแจ้งยืนยันความถูกต้องแก่บริษัทฯ หากผู้ใช้บริการมีความประสงค์จะแจ้งแก้ไขข้อมูลเกินกว่าโควตา 2 ครั้งดังกล่าว บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการคิดค่าบริการการแก้ไขเพิ่มเติมในอัตรา 500 บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน) ต่อครั้ง
4.2 ข้อจำกัดหลังการกดยืนยันหรือส่งคำขอเข้าสู่ระบบแล้ว (Post-Confirmation Lock)
เมื่อผู้ใช้บริการได้กดปุ่มยืนยันความถูกต้องของข้อมูล หรือเมื่อบริษัทฯ ได้ทำการนำส่งข้อมูลคำขอเข้าสู่ระบบของสถานทูต/ศูนย์รับคำร้องเรียบร้อยแล้ว หากผู้ใช้บริการมีความประสงค์จะแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มข้อมูลใดๆ ผู้ใช้บริการรับทราบว่าระบบของสถานทูตอาจไม่อนุญาตให้แก้ไขได้ และหากต้องยกเลิกเพื่อลงทะเบียน/สร้างแบบฟอร์มใหม่ ผู้ใช้บริการต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมการดำเนินงานใหม่ตามอัตราแพ็กเกจเต็มจำนวน
4.3 การขอเปลี่ยนประเทศปลายทาง ประเภทวีซ่า หรือผู้สมัคร (Change of Destination, Visa Type, or Applicant)
เมื่อบริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินงานจัดเตรียมเอกสารหรือกรอกแบบฟอร์มสำหรับประเทศใด ประเภทวีซ่าใด หรือผู้สมัครรายใดแล้ว หากผู้ใช้บริการมีความประสงค์จะเปลี่ยนประเทศปลายทาง, เปลี่ยนประเภทวีซ่า (เช่น เปลี่ยนจากวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าเยี่ยมเยือนหรือวีซ่าธุรกิจ), หรือเปลี่ยนตัวผู้สมัคร ให้ถือเป็นการยกเลิกสัญญาเดิมและเริ่มต้นใช้บริการใหม่ ผู้ใช้บริการต้องชำระค่าบริการแพ็กเกจใหม่เต็มจำนวน
4.4 เงื่อนไขกรณีการเลื่อน/ยกเลิกนัดหมาย และการไม่ไปตามนัด (Appointment Rescheduling and No-Show Policy)
4.4.1 เมื่อบริษัทฯ ดำเนินการนัดหมายวันเวลาสำเร็จแล้ว หากผู้ใช้บริการมีความประสงค์จะขอเลื่อนวันนัดหมาย การเลื่อนจะทำได้ต่อเมื่อระบบของสถานทูต/ศูนย์ยื่นยินยอมให้เลื่อนได้ และผู้ใช้บริการต้องชำระค่าธรรมเนียมการเลื่อนนัด (ถ้ามี) ตามที่สถานทูต/ศูนย์ยื่นกำหนด
4.4.2 หากผู้ใช้บริการไม่ไปปรากฏตัวตามวัน เวลา และสถานที่นัดหมาย (No-Show) ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ส่งผลให้ใบนัดหมายหมดอายุหรือถูกยกเลิก บริษัทฯ ถือว่าได้ส่งมอบบริการในส่วนการนัดหมายเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว หากผู้ใช้บริการประสงค์จะทำนัดหมายใหม่ ผู้ใช้บริการต้องชำระค่าบริการนัดหมายใหม่ตามอัตราที่บริษัทฯ กำหนด
4.4.3 บริษัทฯ พ้นจากความรับผิดชอบในกรณีที่สถานทูต หรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า ประกาศยกเลิก เลื่อนคิวนัดหมาย ปิดทำการฉุกเฉิน หรือเปลี่ยนแปลงระบบนัดหมายกะทันหัน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นเหตุสุดวิสัยนอกเหนือการควบคุมของบริษัทฯ
หมวดที่ 4
คำชี้แจงสำคัญเรื่องดุลยพินิจของสถานทูต การปฏิเสธความรับผิด และการไม่รับประกันผล (Embassy Discretion, Limitation of Liability, and No-Guarantee Disclaimer)
1. สิทธิเด็ดขาดและดุลยพินิจของสถานทูตและหน่วยงานผู้มีอำนาจ (Absolute Discretion of Issuing Authorities)
1.1 ฐานะทางกฎหมายของสถานทูตและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง
ผู้ใช้บริการรับทราบ ตกลง และยอมรับโดยหลักการทางกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเด็ดขาดว่า อำนาจในการอนุมัติ, อนุมัติอย่างมีเงื่อนไข, ปฏิเสธคำร้อง, หรือยกเลิกคำขอตรวจลงตรา (Visa Application) รวมถึงการกำหนดประเภทของวีซ่า, อายุของวีซ่า (Visa Validity), ระยะเวลาที่อนุญาตให้พำนัก (Period of Stay), จำนวนครั้งที่อนุญาตให้เดินทางเข้า-ออก (Number of Entries : Single/Double/Multiple Entry), หรือเงื่อนไขข้อจำกัดอื่นใด เป็นสิทธิขาดและดุลยพินิจเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียวของสถานเอกอัครราชทูต (Embassy), สถานกงสุลใหญ่ (Consulate-General), กรมการกงสุล, กระทรวงการต่างประเทศ, กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง, เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Officer), หรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC) ของประเทศปลายทางแต่เพียงผู้เดียว
1.2 ความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องของบริษัทฯ และเครื่องหมายการค้า
ผู้ใช้บริการรับทราบว่า บริษัท ออล ทู ทริปส์ กรุ๊ป จำกัด รวมถึงเครื่องหมายการค้า ALLVISA และ All to Trips ตลอดจนกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และตัวแทนของบริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่มีอำนาจแทรกแซง ไม่มีความสัมพันธ์พิเศษ ไม่สามารถซื้อ-ขาย และไม่อาจกำหนดผลการพิจารณาอนุมัติหรือปฏิเสธคำขอวีซ่าของหน่วยงานผู้มีอำนาจดังกล่าวได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น
2. การปฏิเสธการรับประกันผลและข้อความจำกัดความรับผิด (No-Guarantee Disclaimer and Express Waiver)
2.1 การไม่รับประกันผลการอนุมัติวีซ่า (No Guarantee of Visa Approval)
บริษัทฯ ไม่รับประกัน ไม่รับรอง และไม่ให้คำมั่นสัญญาไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยาย ไม่ว่าผ่านข้อความโฆษณา ตัวแทน พนักงาน หน้าเว็บไซต์ หรือช่องทางสื่อสารใดๆ ว่าผู้ใช้บริการจะได้รับอนุมัติวีซ่าตามคำขอ การเลือกซื้อแพ็กเกจบริการ ALLVISA ในแพ็กเกจ Standard ราคาเริ่มต้น 3,000 บาท (สามพันบาทถ้วน) หรือแพ็กเกจใดๆ เป็นเพียงการซื้อบริการอำนวยความสะดวกทางธุรการและการจัดเตรียมเอกสารตามขอบเขตที่กำหนดในหมวดที่ 3 เท่านั้น มิใช่การชำระเงินเพื่อซื้อผลการอนุมัติวีซ่า
2.2 การไม่รับประกันระยะเวลาการพิจารณา (No Guarantee of Processing Time)
ระยะเวลาในการพิจารณาคำขอวีซ่าที่ปรากฏบนแพลตฟอร์มของบริษัทฯ หรือสื่อประชาสัมพันธ์ เป็นเพียงการประมาณการตามสถิติพื้นฐานหรือตามข้อกำหนดทั่วไปของสถานทูตเท่านั้น ผู้ใช้บริการรับทราบว่าสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องอาจใช้ระยะเวลาพิจารณายาวนานกว่าปกติ เรียกเอกสารเพิ่มเติม สัมภาษณ์เพิ่มเติม หรือกักคำร้องไว้เพื่อตรวจสอบประวัติเชิงลึก อันเป็นเหตุการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุมของบริษัทฯ บริษัทฯ จึงไม่ต้องรับผิดชอบต่อความล่าช้าใดๆ ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการพิจารณาของสถานทูต/VAC
2.3 การสละสิทธิเรียกร้องกรณีถูกปฏิเสธวีซ่า (Waiver of Claims upon Refusal)
ในกรณีที่คำขอวีซ่าของผู้ใช้บริการถูกปฏิเสธ (Visa Refusal/Rejection), ถูกยกเลิก (Visa Cancellation), ถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าเมือง ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Border Rejection), หรือได้รับการอนุมัติไม่ตรงตามความคาดหมาย (เช่น ได้รับวีซ่า Single แทน Multiple หรือได้ระยะเวลาน้อยกว่าที่ขอ) ให้ถือว่าบริษัทฯ ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามข้อตกลงในสัญญาบริการฉบับนี้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ผู้ใช้บริการสละสิทธิในการฟ้องร้อง เรียกร้องค่าเสียหาย เรียกคืนค่าบริการ ชดใช้ค่าธรรมเนียม หรือดำเนินคดีทางแพ่ง ทางอาญา และทางคุ้มครองผู้บริโภคต่อบริษัทฯ ในทุกกรณี
3. การพ้นจากความรับผิดในความเสียหายสืบเนื่องและค่าใช้จ่ายภายนอก (Exclusion of Consequential Damages and External Costs)
3.1 ความเสียหายเกี่ยวกับการเดินทางและแผนการท่องเที่ยว (Consequential Travel Losses)
บริษัทฯ ไม่ต้องรับผิดชอบต่อค่าเสียหาย ค่าบริการ หรือความสูญเสียทางการเงินใดๆ ทั้งทางตรง ทางอ้อม หรือความเสียหายสืบเนื่อง (Consequential/Indirect Losses) ที่เกิดขึ้นแก่ผู้ใช้บริการหรือบุคคลภายนอก อันเนื่องมาจากผลการปฏิเสธวีซ่า หรือความล่าช้าในการพิจารณาวีซ่า ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
3.1.1 ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าตั๋วเรือ ค่าตั๋วรถไฟ หรือค่าธรรมเนียมพาหนะเดินทางที่ไม่สามารถขอคืนเงินหรือเปลี่ยนวันเดินทางได้ (Non-Refundable/Non-Reroutable Tickets)
3.1.2 ค่าห้องพักโรงแรม ค่าเช่าที่พัก ค่าจองกิจกรรม หรือค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวที่ไม่สามารถขอคืนเงินได้
3.1.3 ค่าเบี้ยประกันภัยการเดินทาง (Travel Insurance) หรือค่าธรรมเนียมวีซ่าและค่าบริการศูนย์ยื่นที่จ่ายให้แก่สถานทูต หรือศูนย์รับคำร้อง (VAC) ไปแล้ว
3.1.4 ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ ค่าเสียเวลา ค่าผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ หรือค่าเสียหายทางจิตใจ
3.2 คำเตือนเรื่องการชำระเงินค่าเดินทางจริงก่อนได้รับวีซ่า (Warning Against Early Financial Commitments)
บริษัทฯ ขอแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการว่า ผู้ใช้บริการ ไม่ควรออกตั๋วเครื่องบินชำระเงินจริง ไม่ควรชำระเงินค่าห้องพักเต็มจำนวนชนิดคืนเงินไม่ได้ และไม่ควรชำระค่าใช้จ่ายในการเดินทางใดๆ จนกว่าจะได้รับอนุมัติวีซ่าและได้รับเล่มหนังสือเดินทางคืนเรียบร้อยแล้ว หากผู้ใช้บริการตัดสินใจชำระเงินค่าเดินทางล่วงหน้าก่อนได้รับอนุมัติวีซ่า ให้ถือว่าผู้ใช้บริการยินยอมแบกรับความเสี่ยงทางการเงินดังกล่าวด้วยตนเองทั้งสิ้น
4. การจำกัดวงเงินความรับผิดสูงสุดของบริษัทฯ (Cap on Liability)
4.1 วงเงินความรับผิดสูงสุด (Maximum Cap on Aggregate Liability)
หากมีกรณีข้อพิพาททางกฎหมายใดๆ และศาลที่มีเขตอำนาจหรือองค์กรระงับข้อพิพาทพิพากษาหรือชี้ขาดว่าบริษัทฯ มีความรับผิดชอบต่อผู้ใช้บริการ อันเกิดจากการกระทำความผิดสัญญา การประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือข้อผิดพลาดทางเทคนิคในการดำเนินงานธุรการของบริษัทฯ เอง คู่สัญญาตกลงโดยชัดแจ้งว่า ความรับผิดชอบสูงสุดรวมทั้งสิ้นของบริษัทฯ (Total Aggregate Liability) ไม่ว่าในฐานความรับผิดใด จะถูกจำกัดไว้ไม่เกินจำนวนเงินค่าบริการ ALLVISA ที่ผู้ใช้บริการได้ชำระเงินจริงให้แก่บริษัทฯ สำหรับเคสบริการนั้นๆ เท่านั้น (ไม่เกินมูลค่าค่าบริการแพ็กเกจ เช่น ไม่เกิน 3,000 บาท) โดยไม่รวมถึงค่าธรรมเนียมสถานทูตหรือค่าธรรมเนียมบุคคลภายนอกที่จ่ายไปตามจริง
หมวดที่ 4
คำชี้แจงสำคัญเรื่องดุลยพินิจของสถานทูต การปฏิเสธความรับผิด และการไม่รับประกันผล (Embassy Discretion, Limitation of Liability, and No-Guarantee Disclaimer)
1. สิทธิเด็ดขาดและดุลยพินิจของสถานทูตและหน่วยงานผู้มีอำนาจ (Absolute Discretion of Issuing Authorities)
1.1 ฐานะทางกฎหมายของสถานทูตและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง
ผู้ใช้บริการรับทราบ ตกลง และยอมรับโดยหลักการทางกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเด็ดขาดว่า อำนาจในการอนุมัติ, อนุมัติอย่างมีเงื่อนไข, ปฏิเสธคำร้อง, หรือยกเลิกคำขอตรวจลงตรา (Visa Application) รวมถึงการกำหนดประเภทของวีซ่า, อายุของวีซ่า (Visa Validity), ระยะเวลาที่อนุญาตให้พำนัก (Period of Stay), จำนวนครั้งที่อนุญาตให้เดินทางเข้า-ออก (Number of Entries : Single/Double/Multiple Entry), หรือเงื่อนไขข้อจำกัดอื่นใด เป็นสิทธิขาดและดุลยพินิจเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียวของสถานเอกอัครราชทูต (Embassy), สถานกงสุลใหญ่ (Consulate-General), กรมการกงสุล, กระทรวงการต่างประเทศ, กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง, เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Officer), หรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC) ของประเทศปลายทางแต่เพียงผู้เดียว
1.2 ความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องของบริษัทฯ และเครื่องหมายการค้า
ผู้ใช้บริการรับทราบว่า บริษัท ออล ทู ทริปส์ กรุ๊ป จำกัด รวมถึงเครื่องหมายการค้า ALLVISA และ All to Trips ตลอดจนกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และตัวแทนของบริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่มีอำนาจแทรกแซง ไม่มีความสัมพันธ์พิเศษ ไม่สามารถซื้อ-ขาย และไม่อาจกำหนดผลการพิจารณาอนุมัติหรือปฏิเสธคำขอวีซ่าของหน่วยงานผู้มีอำนาจดังกล่าวได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น
2. การปฏิเสธการรับประกันผลและข้อความจำกัดความรับผิด (No-Guarantee Disclaimer and Express Waiver)
2.1 การไม่รับประกันผลการอนุมัติวีซ่า (No Guarantee of Visa Approval)
บริษัทฯ ไม่รับประกัน ไม่รับรอง และไม่ให้คำมั่นสัญญาไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยาย ไม่ว่าผ่านข้อความโฆษณา ตัวแทน พนักงาน หน้าเว็บไซต์ หรือช่องทางสื่อสารใดๆ ว่าผู้ใช้บริการจะได้รับอนุมัติวีซ่าตามคำขอ การเลือกซื้อแพ็กเกจบริการ ALLVISA ในแพ็กเกจ Standard ราคาเริ่มต้น 3,000 บาท (สามพันบาทถ้วน) หรือแพ็กเกจใดๆ เป็นเพียงการซื้อบริการอำนวยความสะดวกทางธุรการและการจัดเตรียมเอกสารตามขอบเขตที่กำหนดในหมวดที่ 3 เท่านั้น มิใช่การชำระเงินเพื่อซื้อผลการอนุมัติวีซ่า
2.2 การไม่รับประกันระยะเวลาการพิจารณา (No Guarantee of Processing Time)
ระยะเวลาในการพิจารณาคำขอวีซ่าที่ปรากฏบนแพลตฟอร์มของบริษัทฯ หรือสื่อประชาสัมพันธ์ เป็นเพียงการประมาณการตามสถิติพื้นฐานหรือตามข้อกำหนดทั่วไปของสถานทูตเท่านั้น ผู้ใช้บริการรับทราบว่าสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องอาจใช้ระยะเวลาพิจารณายาวนานกว่าปกติ เรียกเอกสารเพิ่มเติม สัมภาษณ์เพิ่มเติม หรือกักคำร้องไว้เพื่อตรวจสอบประวัติเชิงลึก อันเป็นเหตุการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุมของบริษัทฯ บริษัทฯ จึงไม่ต้องรับผิดชอบต่อความล่าช้าใดๆ ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการพิจารณาของสถานทูต/VAC
2.3 การสละสิทธิเรียกร้องกรณีถูกปฏิเสธวีซ่า (Waiver of Claims upon Refusal)
ในกรณีที่คำขอวีซ่าของผู้ใช้บริการถูกปฏิเสธ (Visa Refusal/Rejection), ถูกยกเลิก (Visa Cancellation), ถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าเมือง ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Border Rejection), หรือได้รับการอนุมัติไม่ตรงตามความคาดหมาย (เช่น ได้รับวีซ่า Single แทน Multiple หรือได้ระยะเวลาน้อยกว่าที่ขอ) ให้ถือว่าบริษัทฯ ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามข้อตกลงในสัญญาบริการฉบับนี้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ผู้ใช้บริการสละสิทธิในการฟ้องร้อง เรียกร้องค่าเสียหาย เรียกคืนค่าบริการ ชดใช้ค่าธรรมเนียม หรือดำเนินคดีทางแพ่ง ทางอาญา และทางคุ้มครองผู้บริโภคต่อบริษัทฯ ในทุกกรณี
3. การพ้นจากความรับผิดในความเสียหายสืบเนื่องและค่าใช้จ่ายภายนอก (Exclusion of Consequential Damages and External Costs)
3.1 ความเสียหายเกี่ยวกับการเดินทางและแผนการท่องเที่ยว (Consequential Travel Losses)
บริษัทฯ ไม่ต้องรับผิดชอบต่อค่าเสียหาย ค่าบริการ หรือความสูญเสียทางการเงินใดๆ ทั้งทางตรง ทางอ้อม หรือความเสียหายสืบเนื่อง (Consequential/Indirect Losses) ที่เกิดขึ้นแก่ผู้ใช้บริการหรือบุคคลภายนอก อันเนื่องมาจากผลการปฏิเสธวีซ่า หรือความล่าช้าในการพิจารณาวีซ่า ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
3.1.1 ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าตั๋วเรือ ค่าตั๋วรถไฟ หรือค่าธรรมเนียมพาหนะเดินทางที่ไม่สามารถขอคืนเงินหรือเปลี่ยนวันเดินทางได้ (Non-Refundable/Non-Reroutable Tickets)
3.1.2 ค่าห้องพักโรงแรม ค่าเช่าที่พัก ค่าจองกิจกรรม หรือค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวที่ไม่สามารถขอคืนเงินได้
3.1.3 ค่าเบี้ยประกันภัยการเดินทาง (Travel Insurance) หรือค่าธรรมเนียมวีซ่าและค่าบริการศูนย์ยื่นที่จ่ายให้แก่สถานทูต หรือศูนย์รับคำร้อง (VAC) ไปแล้ว
3.1.4 ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ ค่าเสียเวลา ค่าผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ หรือค่าเสียหายทางจิตใจ
3.2 คำเตือนเรื่องการชำระเงินค่าเดินทางจริงก่อนได้รับวีซ่า (Warning Against Early Financial Commitments)
บริษัทฯ ขอแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการว่า ผู้ใช้บริการ ไม่ควรออกตั๋วเครื่องบินชำระเงินจริง ไม่ควรชำระเงินค่าห้องพักเต็มจำนวนชนิดคืนเงินไม่ได้ และไม่ควรชำระค่าใช้จ่ายในการเดินทางใดๆ จนกว่าจะได้รับอนุมัติวีซ่าและได้รับเล่มหนังสือเดินทางคืนเรียบร้อยแล้ว หากผู้ใช้บริการตัดสินใจชำระเงินค่าเดินทางล่วงหน้าก่อนได้รับอนุมัติวีซ่า ให้ถือว่าผู้ใช้บริการยินยอมแบกรับความเสี่ยงทางการเงินดังกล่าวด้วยตนเองทั้งสิ้น
4. การจำกัดวงเงินความรับผิดสูงสุดของบริษัทฯ (Cap on Liability)
4.1 วงเงินความรับผิดสูงสุด (Maximum Cap on Aggregate Liability)
หากมีกรณีข้อพิพาททางกฎหมายใดๆ และศาลที่มีเขตอำนาจหรือองค์กรระงับข้อพิพาทพิพากษาหรือชี้ขาดว่าบริษัทฯ มีความรับผิดชอบต่อผู้ใช้บริการ อันเกิดจากการกระทำความผิดสัญญา การประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือข้อผิดพลาดทางเทคนิคในการดำเนินงานธุรการของบริษัทฯ เอง คู่สัญญาตกลงโดยชัดแจ้งว่า ความรับผิดชอบสูงสุดรวมทั้งสิ้นของบริษัทฯ (Total Aggregate Liability) ไม่ว่าในฐานความรับผิดใด จะถูกจำกัดไว้ไม่เกินจำนวนเงินค่าบริการ ALLVISA ที่ผู้ใช้บริการได้ชำระเงินจริงให้แก่บริษัทฯ สำหรับเคสบริการนั้นๆ เท่านั้น (ไม่เกินมูลค่าค่าบริการแพ็กเกจ เช่น ไม่เกิน 3,000 บาท) โดยไม่รวมถึงค่าธรรมเนียมสถานทูตหรือค่าธรรมเนียมบุคคลภายนอกที่จ่ายไปตามจริง
หมวดที่ 5
หน้าที่ ความรับผิดชอบ และคำรับรองของผู้ใช้บริการ (Customer Duties, Warranties, and Anti-Fraud Declarations)
1. หน้าที่ในการจัดหาข้อมูลและเอกสารที่ถูกต้องแท้จริง (Duty of Truthfulness and Authenticity)
1.1 คำรับรองความถูกต้องแท้จริงของข้อมูลและเอกสาร (Representation of Authenticity)
ผู้ใช้บริการขอรับรองและยืนยันอย่างเด็ดขาดต่อ บริษัท ออล ทู ทริปส์ กรุ๊ป จำกัด ว่า เอกสารประกอบคำขอ (Supporting Documents), ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data), ประวัติการเดินทาง, ประวัติการทำงาน, ข้อมูลทางการเงิน, รายงานการเคลื่อนไหวทางบัญชี (Bank Statement), และข้อมูลทั้งหมดที่ผู้ใช้บริการจัดส่ง หรืออัปโหลดให้แก่บริษัทฯ เป็นข้อมูลและเอกสารที่เป็นความจริง ถูกต้อง สมบูรณ์ ออกโดยหน่วยงานราชการ สถาบันการเงิน หรือองค์กรที่มีอยู่จริงตามกฎหมาย และไม่มีการปลอมแปลง ดัดแปลง แก้ไขข้อความ ตัวเลข ลายมือชื่อ หรือตกแต่งภาพด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีใดๆ ทั้งสิ้น
1.2 การลงลายมือชื่อในเอกสารด้วยตนเอง (Duty of Genuine Signature)
ในกรณีที่เอกสารประกอบคำขอ แบบฟอร์มคำร้อง หรือหนังสือมอบอำนาจ ต้องมีการลงลายมือชื่อของผู้สมัคร ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเองให้ตรงตามลายมือชื่อที่ปรากฏในหนังสือเดินทาง (Passport) อย่างเคร่งครัด ห้ามมิให้ทำการตัดต่อลายมือชื่อ คัดลอกลายเซ็นดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือให้บุคคลอื่นลงลายมือชื่อแทนโดยเด็ดขาด หากสถานทูต หรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC) ปฏิเสธคำร้องเนื่องจากปัญหาลายมือชื่อไม่ตรง ถือเป็นความบกพร่องของผู้ใช้บริการแต่เพียงผู้เดียว
1.3 ผลทางกฎหมายกรณีเอกสารไม่ถูกต้อง (Legal Consequences of Inaccurate Data)
1.4 ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า ผู้ใช้บริการต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อความเสียหายใดๆ บรรดาที่อาจเกิดขึ้น อันเนื่องมาจากความคลาดเคลื่อน ความไม่ถูกต้อง ความไม่สอดคล้อง หรือความเท็จของข้อมูลและเอกสารที่ผู้ใช้บริการจัดส่งให้แก่บริษัทฯ โดยบริษัทฯ ไม่ต้องร่วมรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น
2. หน้าที่ในการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ (Duty of Full Disclosure)
ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูล ประวัติ หรือข้อเท็จจริงที่สำคัญและมีผลกระทบต่อการพิจารณาคำร้องขอตรวจลงตรา (Visa Application) ของสถานทูต ให้แก่บริษัทฯ ทราบตามความเป็นจริงอย่างครบถ้วน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
2.1 รประวัติการถูกปฏิเสธวีซ่า (Visa Refusal/Rejection), การถูกยกเลิกวีซ่า, หรือการถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าเมือง (Deportation/Border Rejection) ของประเทศใดๆ ในอดีต
2.2 ประวัติการเคยพำนักเกินกำหนดระยะเวลาอนุญาต (Overstay) หรือการถูกบันทึกรายชื่อในบัญชีดำ (Blacklist/Immigration Ban) ของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศใดๆ
2.3 ประวัติการต้องโทษคดีอาญา การถูกจับกุม การถูกฟ้องร้องดำเนินคดี หรือการอยู่ระหว่างการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่รัฐ
2.4 ข้อมูลสุขภาพ โรคติดต่อร้ายแรง หรือความพิการตามกฎหมายที่มีผลกระทบต่อเงื่อนไขการออกวีซ่าของประเทศปลายทาง
3. นโยบายต่อต้านเอกสารเท็จและการทุจริตอย่างเด็ดขาด (Strict Zero-Tolerance Anti-Fraud Policy)
3.1 นโยบายห้ามใช้เอกสารเท็จ (Prohibition of Counterfeit Documents)
บริษัทฯ มีนโยบายต่อต้านและปฏิเสธการจัดทำ แก้ไข สนับสนุน หรือใช้เอกสารและข้อมูลอันเป็นเท็จทุกรูปแบบอย่างเด็ดขาด (Zero-Tolerance Policy) บริษัทฯ จะไม่มีการจัดทำรายงานการเคลื่อนไหวทางบัญชี (Bank Statement) ปลอม, หนังสือรับรองการทำงานปลอม, จดหมายเชิญอันเป็นเท็จ, หรือทำการดัดแปลงตัวเลขยอดเงินในบัญชีธนาคารให้แก่ผู้ใช้บริการในทุกกรณี
3.2 สิทธิของบริษัทฯ ในการระงับบริการและบอกเลิกสัญญา (Right to Suspend and Terminate Contract)
หากบริษัทฯ ตรวจพบ หรือมีเหตุอันควรสงสัยด้วยประการใดๆ ว่าเอกสารหรือข้อมูลที่ผู้ใช้บริการจัดส่งมาเป็นเอกสารปลอม เอกสารดัดแปลง หรือมีการปกปิดข้อมูลสำคัญตามหมวดที่ 5 ข้อ 2 บริษัทฯ มีสิทธิโดยเด็ดขาดในการ
3.2.1 ระงับการดำเนินงาน จัดทำเอกสาร หรือนัดหมายคิวในทันที
3.2.2 ปฏิเสธการนำส่งคำขอเข้าสู่ระบบของสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC)
3.2.3 บอกเลิกข้อตกลงในสัญญาบริการฉบับนี้ทันที โดยบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการริบเงินค่าบริการทั้งหมด และไม่ต้องคืนเงินค่าแพ็กเกจ ALLVISA แก่ผู้ใช้บริการในทุกกรณี
3.3 การชดใช้ค่าเสียหายแก่บริษัทฯ (Indemnification for Fraudulent Acts)
หากการกระทำของผู้ใช้บริการในการจัดส่งเอกสารเท็จ หรือการปกปิดข้อมูล ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกสอบสวน ถูกดำเนินคดี หรือถูกสถานทูต หรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC) ระงับสิทธิการเป็นตัวแทน ผู้ใช้บริการตกลงจะรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย ค่าปรับทางกฎหมาย ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี และค่าเสียหายเชิงลงโทษทั้งหมดให้แก่บริษัทฯ เต็มจำนวนทันทีที่ได้รับแจ้ง
4. หน้าที่ในการตรวจสอบความถูกต้องก่อนการนำส่ง (Duty of Verification Prior to Submission)
4.1 หน้าที่ตรวจสอบร่างแบบฟอร์ม (Duty to Review Draft Application Forms)
ก่อนที่บริษัทฯ จะทำการนำส่งข้อมูลคำขอวีซ่าเข้าสู่ระบบของสถานทูต หรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC) บริษัทฯ จะจัดส่งร่างแบบฟอร์มคำขอวีซ่าให้ผู้ใช้บริการทำการตรวจสอบความถูกต้อง ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดอย่างละเอียดถี่ถ้วน (รวมถึงคำสะกดชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษ, หมายเลขหนังสือเดินทาง, วันเดือนปีเกิด, ประวัติการทำงาน, และประวัติการเดินทาง)
4.2 ผลของการยืนยันความถูกต้อง (Effect of Confirmation)
การที่ผู้ใช้บริการกดยืนยัน แจ้งอนุมัติ หรือไม่ทักท้วงร่างแบบฟอร์มภายในกำหนดเวลา ให้ถือว่าผู้ใช้บริการยอมรับว่าข้อมูลทั้งหมดถูกต้องสมบูรณ์ หากภายหลังพบความผิดพลาดอันเนื่องมาจากผู้ใช้บริการไม่ตรวจสอบให้ถี่ถ้วน ผู้ใช้บริการต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการแก้ไขหรือยื่นคำขอใหม่ทั้งหมดด้วยตนเอง
5. หน้าที่ในการเตรียมความพร้อม การเข้าสัมภาษณ์ และการตรวจสอบสติ๊กเกอร์วีซ่า (Interview Readiness and Visa Inspection Duties)
5.1 หน้าที่ในการเข้ารายงานตัวและรับการติดต่อจากสถานทูต (Duty of Appearance and Responsiveness)
ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องเดินทางไปรายงานตัว สแกนลายนิ้วมือ ยื่นเอกสาร หรือเข้ารับการสัมภาษณ์ ณ สถานทูต หรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC) ตามวัน เวลา และสถานที่ที่ได้นัดหมายไว้ รวมถึงต้องเตรียมความพร้อมในการรับสายโทรศัพท์และตอบคำถามจากเจ้าหน้าที่สถานทูตตามข้อมูลความเป็นจริงที่ได้ยืนยันไว้ในแบบฟอร์ม หากผู้ใช้บริการไม่ไปตามนัด ปฏิเสธการสัมภาษณ์ หรือตอบคำถามไม่ตรงกับข้อมูลในแบบฟอร์ม จนส่งผลให้วีซ่าถูกปฏิเสธ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้บริการแต่เพียงผู้เดียว
5.2 หน้าที่ในการตรวจสอบความถูกต้องของสติ๊กเกอร์วีซ่า หรือวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ (Duty to Inspect Issued Visa/e-Visa)
เมื่อผู้ใช้บริการได้รับเล่มหนังสือเดินทาง (Passport) คืน หรือได้รับเอกสารอนุมัติวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Visa : e-Visa) ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องทำการตรวจสอบความถูกต้องของรายละเอียดบนสติ๊กเกอร์วีซ่าทันที (ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล, หมายเลขหนังสือเดินทาง, ประเภทวีซ่า, วันเริ่มมีผลบังคับ, วันหมดอายุ, และจำนวนครั้งที่อนุญาตให้เข้า-ออก) หากพบข้อผิดพลาดที่เกิดจากการพิมพ์ของสถานทูต ผู้ใช้บริการต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบภายใน 24 (ยี่สิบสี่) ชั่วโมง นับจากวันที่ได้รับเล่มคืน เพื่อประสานงานแก้ไขกับสถานทูต หากผู้ใช้บริการละเลยไม่ตรวจสอบจนนำไปสู่ปัญหาในการเดินทางเข้าเมือง บริษัทฯ พ้นจากความรับผิดชอบในความเสียหายทั้งปวง
5.3 ข้อห้ามนำเอกสารไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ (Prohibition of Misuse of Documents)
เอกสาร แผนการเดินทาง และแบบฟอร์มที่บริษัทฯ จัดทำขึ้น มีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อการยื่นขอตรวจลงตราตามแพ็กเกจที่ตกลงเท่านั้น ห้ามผู้ใช้บริการนำเอกสารดังกล่าวไปใช้เพื่อการแอบอ้าง การกระทำความผิดทางอาญา การหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หรือการพำนักและทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตในต่างประเทศ หากผู้ใช้บริการฝ่าฝืน ผู้ใช้บริการต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบทางอาญาและทางแพ่งทั้งในประเทศและต่างประเทศแต่เพียงผู้เดียว
6. หน้าที่ในการส่งมอบเอกสารและการตอบกลับตามกำหนดเวลา (Timely Submission and Responsiveness Duties)
6.1 หน้าที่ส่งเอกสารตามกำหนด (Duty of Timely Document Provision)
ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องจัดส่งเอกสารประกอบคำขอที่ครบถ้วนและคมชัด ตามรายการตรวจสอบเอกสาร (Checklist Documents) ที่บริษัทฯ กำหนด ภายในกรอบเวลาที่ตกลงกัน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้
6.2 ความพ้นจากความรับผิดของบริษัทฯ กรณีผู้ใช้บริการล่าช้า (Exemption of Company Liability for Customer Delays)
หากผู้ใช้บริการจัดส่งเอกสารล่าช้า ไม่ตอบกลับการติดต่อของเจ้าหน้าที่ หรือทำให้ใบนัดหมายสถานทูตหลุดพ้นจากกำหนดเวลา บริษัทฯ ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความล่าช้าหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้น และหากจำเป็นต้องดำเนินการนัดหมายหรือสร้างแบบฟอร์มใหม่ ผู้ใช้บริการต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นตามจริง
หมวดที่ 6
เงื่อนไขการชำระเงิน ค่าธรรมเนียม การแก้ไขข้อมูล และอายุความของบริการ (Payment Terms, Service Fees, Data Modification Rules, and Case Dormancy Expiration)
1. เงื่อนไขการชำระเงิน ค่าธรรมเนียม และหลักฐานการชำระเงิน (Payment Terms, Service Fees, and Payment Evidence)
1.1 นโยบายชำระเงินล่วงหน้าเต็มจำนวน (Full Advance Payment Policy)
ค่าบริการแพ็กเกจ ALLVISA ทั้งหมด (รวมถึงแพ็กเกจระดับพื้นฐาน หรือ Standard Package ราคาเริ่มต้น 3,000 บาท ต่อผู้สมัคร 1 ท่าน หรืออัตราตามที่ระบุบนแพลตฟอร์ม www.allvisatours.com) เป็นอัตราค่าธรรมเนียมการดำเนินงานบริการล่วงหน้า ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องชำระเงินค่าบริการเต็มจำนวน 100% (หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์) ให้แก่ บริษัท ออล ทู ทริปส์ กรุ๊ป จำกัด ในทันทีเมื่อทำรายการสั่งซื้อบริการผ่านแพลตฟอร์ม บริษัทฯ จะเริ่มดำเนินกระบวนการจัดทำเอกสาร กรอกแบบฟอร์ม หรือนัดหมายคิว ก็ต่อเมื่อได้รับการยืนยันการชำระเงินเข้าสู่ บัญชีเงินฝากธนาคาร หรือระบบผู้ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Payment Gateway/Payment Service Provider) อย่างเป็นทางการของบริษัทฯ เรียบร้อยแล้วเท่านั้น
1.2 ช่องทางการชำระเงินที่เป็นทางการและการพ้นความรับผิดจากการโอนเงินผิดบัญชี (Official Payment Channels and Liability Exclusions)
การชำระเงินค่าบริการ ค่าธรรมเนียมสถานทูต หรือค่าธรรมเนียมอื่นใด ต้องกระทำผ่านช่องทางที่บริษัทฯ กำหนดไว้บนแพลตฟอร์มเท่านั้น ได้แก่ บัญชีเงินฝากธนาคารในนาม "บริษัท ออล ทู ทริปส์ กรุ๊ป จำกัด" หรือระบบผู้ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการเชื่อมต่อบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเท่านั้น บริษัทฯ ไม่มีนโยบายให้ผู้ใช้บริการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารส่วนบุคคลของพนักงาน กรรมการ หรือตัวแทนรายใดทั้งสิ้น หากผู้ใช้บริการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารส่วนบุคคลของพนักงาน หรือบุคคลภายนอก บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหาย สูญหาย หรือการทุจริตใดๆ ที่เกิดขึ้นทั้งปวง
1.3 ค่าธรรมเนียมการประมวลผลของสถาบันการเงิน (Financial Transaction Fees)
อัตราค่าบริการที่แสดงบนแพลตฟอร์มอาจยังไม่รวมค่าธรรมเนียมการทำรายการของสถาบันการเงิน หรือผู้ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Payment Gateway Fees/Merchant Processing Fees) หากมีค่าธรรมเนียมดังกล่าวเกิดขึ้นจากการใช้บัตรเครดิต, บัตรเดบิต, หรือระบบชำระเงินต่างประเทศ ผู้ใช้บริการรับทราบว่าเป็นภาระค่าธรรมเนียมการเงินที่ผู้ใช้บริการต้องรับผิดชอบ
1.4 การส่งหลักฐานการชำระเงินและการตรวจสอบ (Proof of Payment Verification)
ผู้ใช้บริการมีหน้าที่จัดส่งหลักฐานการชำระเงิน (เช่น สลิปการโอนเงิน หรือหลักฐานอนุมัติบัตรเครดิต/เดบิต) เข้าสู่ระบบของบริษัทฯ โดยสลิปการโอนเงินต้องปรากฏ วัน เวลา ยอดเงิน หมายเลขคำสั่งซื้อ และรหัสอ้างอิงธุรกรรม (Transaction Reference/Quick Response Code : QR Code) ที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบกับระบบธนาคารได้ หากหลักฐานไม่ชัดเจน หรือไม่สามารถตรวจสอบได้ บริษัทฯ มีสิทธิระงับการเริ่มดำเนินงานจนกว่าจะได้รับการยืนยันที่ถูกต้อง
1.5 ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และเงื่อนไขการแก้ไข (Receipts, e-Tax Invoices, and Revision Rules)
บริษัทฯ จะออกใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Tax Invoice/Electronic Receipt : e-Tax Invoice/e-Receipt) ให้แก่ผู้ใช้บริการตามข้อมูลที่ระบุไว้ในขณะทำรายการชำระเงิน หากผู้ใช้บริการมีความประสงค์จะขอแก้ไขชื่อ ที่อยู่ หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ผู้ใช้บริการต้องแจ้งแก่บริษัทฯ ภายในวันที่ทำรายการออกเอกสารภาษีนั้นๆ หากเกินกำหนดเวลาดังกล่าว บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิปฏิเสธการแก้ไขเอกสารย้อนหลังตามระเบียบกรมสรรพากร ทั้งนี้ ใบเสร็จรับเงินของบริษัทฯ จะครอบคลุมเฉพาะยอดค่าบริการของบริษัทฯ เท่านั้น ไม่รวมถึงค่าธรรมเนียมสถานทูต ค่าบริการศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC) หรือค่าธรรมเนียมหน่วยงานภายนอกที่จ่ายแทนตามจริง
1.6 ข้อตกลงห้ามทำรายการปฏิเสธการชำระเงินโดยมิชอบ (Anti-Chargeback Agreement)
ผู้ใช้บริการตกลงว่าจะไม่ทำรายการขอปฏิเสธการชำระเงิน (Chargeback Dispute) กับธนาคารเจ้าของบัตร หรือผู้ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยอ้างเหตุผลว่าคำขอวีซ่าถูกปฏิเสธ หรือเปลี่ยนใจไม่เดินทาง หากผู้ใช้บริการกระทำ Chargeback โดยขัดต่อข้อตกลงนี้ ถือเป็นการผิดสัญญาอย่างร้ายแรง บริษัทฯ มีสิทธินำส่งข้อตกลงและหลักฐานดิจิทัลนี้แก่ธนาคารเพื่อโต้แย้งทันที และมีสิทธิดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อเรียกร้องเงินคืนพร้อมค่าเสียหายและดอกเบี้ยตามกฎหมาย
2. เงื่อนไขการแก้ไขข้อมูลและค่าธรรมเนียมการดำเนินงานใหม่ (Data Modification Rules and Operational Fees)
2.1 โควตาการแก้ไขก่อนยืนยันร่างแบบฟอร์ม (Pre-Approval Modification Limits)
ในกระบวนการจัดทำแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า บริษัทฯ จะส่งร่างแบบฟอร์มให้ผู้ใช้บริการตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำยื่นเข้าสู่ระบบ ผู้ใช้บริการสามารถแจ้งขอแก้ไขข้อผิดพลาด รายละเอียด หรือข้อมูลส่วนบุคคลในร่างดังกล่าวได้ ไม่เกิน 2 (สอง) ครั้ง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หากมีการแจ้งแก้ไขตั้งแต่ครั้งที่ 3 (สาม) เป็นต้นไป บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิคิดค่าธรรมเนียมการแก้ไขข้อมูลเพิ่มเติมในอัตรา 500 บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน) ต่อผู้สมัคร 1 ท่าน ต่อการแก้ไข 1 ครั้ง
2.2 การแก้ไขเนื่องจากความผิดพลาดของบริษัทฯ (Company-Induced Error Corrections)
หากความจำเป็นในการแก้ไขแบบฟอร์มเกิดจากความผิดพลาด ประมาทเลินเล่อ หรือคีย์ข้อมูลผิดพลาดของพนักงานบริษัทฯ เอง (โดยที่ผู้ใช้บริการได้จัดส่งข้อมูลที่ถูกต้องให้แก่บริษัทฯ ไว้ก่อนแล้วอย่างชัดเจน) บริษัทฯ จะดำเนินการแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวให้แก่ผู้ใช้บริการโดยเร็วที่สุดโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
2.3 การล็อกข้อมูลหลังการยืนยันและการส่งคำขอ (Post-Submission Data Lock)
เมื่อผู้ใช้บริการได้แจ้งยืนยันความถูกต้องของแบบฟอร์ม หรือเมื่อบริษัทฯ ได้นำส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบของสถานทูต หรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC) เรียบร้อยแล้ว หากผู้ใช้บริการประสงค์จะขอแก้ไขข้อมูล เปลี่ยนแปลงวันเดินทาง เปลี่ยนโรงแรม เปลี่ยนเที่ยวบิน หรือเพิ่มเอกสารใดๆ ผู้ใช้บริการรับทราบว่าระบบของสถานทูตส่วนใหญ่ไม่ยินยอมให้แก้ไขข้อมูลในแบบฟอร์มที่ส่งไปแล้ว หากระบบบังคับให้ต้องยกเลิกคำขอเดิมเพื่อสร้างแบบฟอร์มและนัดหมายใหม่ ผู้ใช้บริการต้องชำระค่าบริการแพ็กเกจ ALLVISA ใหม่เต็มจำนวน รวมถึงชำระค่าธรรมเนียมสถานทูตใหม่ (ถ้ามี) ด้วยตนเองทั้งสิ้น
3. อายุความของเคสบริการและการละทิ้งเคสโดยผู้ใช้บริการ (Case Validity Threshold and Dormancy Policy)
3.1 การนับระยะเวลาและการแยกขั้นตอนการดำเนินงาน (Phasing of Case Timeline)
คู่สัญญาตกลงให้การนับระยะเวลาดำเนินเคสบริการ ALLVISA แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนอย่างชัดเจน ดังนี้
3.1.1 ขั้นตอนการจัดเตรียมเอกสารก่อนการยื่น (Pre-Submission Phase)
นับตั้งแต่วันที่ผู้ใช้บริการชำระเงินค่าบริการ เรียกร้องให้ผู้ใช้บริการต้องจัดส่งเอกสารและข้อมูลให้แก่บริษัทฯ เพื่อกรอกแบบฟอร์มและทำนัดหมาย
3.1.2 ขั้นตอนการพิจารณาของสถานทูต (Embassy Processing Phase)
นับตั้งแต่วันที่นำส่งคำร้องขอเข้าสู่ระบบสถานทูต หรือวันที่ผู้ใช้บริการไปยื่นเอกสาร/เก็บข้อมูลชีวมิติ ณ ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC) ขั้นตอนข้อ (3.1.2) นี้ไม่อยู่ในเงื่อนไขการหมดอายุความของเคสบริการ โดยเคสจะคงสถานะรอดำเนินการจนกว่าสถานทูตจะแจ้งผลการพิจารณา
3.1.3 ขั้นตอนการเสร็จสิ้นบริการ (Post-Decision Completion Phase)
นับตั้งแต่วันที่สถานทูตแจ้งผลการพิจารณา ออกอนุมัติวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Visa : e-Visa) หรือส่งมอบหนังสือเดินทาง (Passport) คืนแก่ผู้ใช้บริการหรือบริษัทฯ
3.2 นโยบายเคสไม่เคลื่อนไหวและการหมดอายุความก่อนการยื่น (Pre-Submission Dormancy Threshold)
สำหรับ ขั้นตอนการจัดเตรียมเอกสารก่อนการยื่น (Pre-Submission Phase) หากผู้ใช้บริการชำระเงินแล้ว แต่ไม่จัดส่งเอกสาร จัดส่งเอกสารไม่ครบถ้วน ไม่ตอบกลับการติดต่อของเจ้าหน้าที่ ไม่ยืนยันร่างแบบฟอร์ม หรือไม่ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด เป็นระยะเวลาต่อเนื่องกันเกิน 90 (เก้าสิบ) วัน นับจากวันที่ชำระเงิน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการประกาศให้เคสบริการดังกล่าว "หมดอายุความเนื่องจากการละทิ้งเคส (Case Expired by Abandonment)" โดยให้มีผลทางกฎหมายดังนี้
3.2.1 ข้อตกลงในสัญญาบริการฉบับนี้ และภาระผูกพันของบริษัทฯ ในเคสนั้นๆ เป็นอันระงับสิ้นสุดลง
3.2.2 บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิไม่คืนเงินค่าบริการใดๆ ที่ได้ชำระมาแล้ว เนื่องจากบริษัทฯ ได้จัดสรรทรัพยากรและระบบไว้รองรับเกินกว่าระยะเวลาอันสมควรแล้ว
3.2.3 ข้อมูลและเอกสารดิจิทัลที่อัปโหลดค้างไว้จะถูกลบและทำลายออกจากระบบตามนโยบายการเก็บรักษาข้อมูล (Data Retention Policy) ในหมวดที่ 10
3.3 เงื่อนไขการขอต่ออายุเคสบริการก่อนการยื่น (Case Reactivation Policy)
ในกรณีที่เคสหมดอายุความตามหมวดที่ 6 ข้อ 3.2 (เกิน 90 วันนับจากวันชำระเงิน) หากผู้ใช้บริการติดต่อกลับมาเพื่อขอรับบริการต่อ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 180 (หนึ่งร้อยแปดสิบ) วัน นับจากวันที่ชำระเงินเดิม บริษัทฯ อาจพิจารณาต่ออายุเคสบริการ (Reactivate) ได้ โดยผู้ใช้บริการต้องชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุเคสในอัตรา 500 บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน) ต่อผู้สมัคร 1 ท่าน (เนื่องจากต้องทำการอัปเดตแบบฟอร์ม ตรวจเช็กระเบียบสถานทูตใหม่ และจัดทำเช็กลิสต์ใหม่) ทั้งนี้ หากพ้นกำหนด 180 วันนับจากวันที่ชำระเงินเดิมไปแล้ว ผู้ใช้บริการจะไม่สามารถต่ออายุเคสได้ และต้องทำการสั่งซื้อแพ็กเกจบริการใหม่เต็มจำนวนเท่านั้น
3.4 ระยะเวลาการจัดเก็บและรับเอกสารคืนหลังเสร็จสิ้นบริการ (Post-Decision Collection Limit)
สำหรับ ขั้นตอนการเสร็จสิ้นบริการ (Post-Decision Completion Phase) เมื่อสถานทูตส่งมอบหนังสือเดินทางคืน หรือแจ้งผล e-Visa เรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ จะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบทันที ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องดำเนินการรับหนังสือเดินทางคืน หรือดาวน์โหลดเอกสาร ภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับจากวันที่บริษัทฯ แจ้งผล หากผู้ใช้บริการไม่มารับหนังสือเดินทางคืนภายในกำหนด 30 วันดังกล่าว บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการจัดส่งหนังสือเดินทางกลับไปยังที่อยู่ของผู้ใช้บริการทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษโดยเก็บเงินค่าจัดส่งปลายทาง หรือนำส่งคืนแก่สถานทูต/หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และบริษัทฯ พ้นจากความรับผิดชอบในการสูญหายหรือชำรุดเสียหายหลังจากนั้นทุกประการ
หมวดที่ 7
นโยบายการยกเลิกบริการ การคืนเงินตามสัดส่วนงาน และการสละสิทธิเรียกร้อง (Cancellation Policy, Pro-Rata Refund Rules, and Waiver of Claims)
1. นโยบายการยกเลิกบริการก่อนการเริ่มดำเนินงาน (Pre-Execution Cancellation Policy)
1.1 สิทธิในการยื่นคำขอยกเลิกบริการภายในระยะเวลาที่กำหนด (Cooling-Off Period)
ผู้ใช้บริการมีสิทธิยื่นคำขอยกเลิกบริการ ALLVISA เป็นลายลักษณ์อักษรผ่านระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail : Email) หรือระบบแจ้งเรื่อง (Ticketing System) บนแพลตฟอร์มของ บริษัท ออล ทู ทริปส์ กรุ๊ป จำกัด ได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 24 (ยี่สิบสี่) ชั่วโมง นับจากวันและเวลาที่มีการชำระเงินค่าบริการเรียบร้อยแล้ว โดยมีเงื่อนไขอันเป็นสาระสำคัญว่า บริษัทฯ ต้องยังไม่ได้เริ่มกระบวนการจัดทำเอกสาร กรอกแบบฟอร์ม แปลเอกสาร ตรวจสอบข้อมูล หรือดำเนินการนัดหมายใดๆ ให้แก่ผู้ใช้บริการ
1.2 เงื่อนไขการคำนวณเงินคืนและค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการ (Refund Calculation and Administrative Deductions)
ในกรณีการยกเลิกบริการตามเงื่อนไขหมวดที่ 7 ข้อ 1.1 บริษัทฯ จะทำการคืนเงินค่าบริการให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการหักค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการธุรกรรมทางการเงิน ค่าบริการระบบ และค่าธรรมเนียมการโอนเงินคืนของสถาบันการเงิน หรือผู้ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Payment Gateway Fees/Merchant Processing Fees) ในอัตราร้อยละ 10 (สิบ) ของยอดเงินค่าบริการที่ชำระ หรือไม่น้อยกว่า 500 บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน) ต่อผู้สมัคร 1 ท่าน แล้วแต่ยอดใดจะสูงกว่า ยอดเงินส่วนที่เหลือจะถูกโอนคืนเข้าสู่บัญชีเงินฝากธนาคารในนามของผู้ใช้บริการตามที่ระบุไว้ในหลักฐานการชำระเงินเดิม ภายในระยะเวลา 15 (สิบห้า) ถึง 30 (สามสิบ) วันทำการ
2. นโยบายการคืนเงินตามสัดส่วนงานเมื่อเริ่มดำเนินงานแล้ว (Pro-Rata Refund Scale Post-Execution)
หากผู้ใช้บริการมีความประสงค์จะยกเลิกบริการหลังจากพ้นกำหนด 24 (ยี่สิบสี่) ชั่วโมง หรือหลังจากที่บริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินงานแล้ว คู่สัญญาตกลงให้ใช้ หลักเกณฑ์การคืนเงินตามสัดส่วนความก้าวหน้าของงาน (Pro-Rata Refund Scale) เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ดังต่อไปนี้
2.1 ขั้นตอนการจัดทำเช็คลิสต์และตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น (Initial Document Check Stage)
หากบริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดทำรายการตรวจสอบเอกสาร (Checklist Documents) หรือตรวจเช็คเอกสารเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่ได้เริ่มกรอกแบบฟอร์มหรือจัดทำคำแปล หากผู้ใช้บริการขอยกเลิก บริษัทฯ จะคืนเงินค่าบริการในอัตราร้อยละ 50 (ห้าสิบ) ของยอดค่าบริการแพ็กเกจ ALLVISA
2.2 ขั้นตอนการกรอกแบบฟอร์ม แปลเอกสาร หรือจัดทำแผนการเดินทาง (Application Form & Document Preparation Stage)
หากบริษัทฯ ได้ดำเนินการกรอกแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า จัดทำคำแปลเอกสารมาตรฐาน หรือจัดทำแผนการเดินทางชั่วคราว (Basic Travel Itinerary) เสร็จสิ้นแล้ว หากผู้ใช้บริการขอยกเลิก บริษัทฯ จะคืนเงินค่าบริการในอัตราร้อยละ 20 (ยี่สิบ) ของยอดค่าบริการแพ็กเกจ ALLVISA
2.3 ขั้นตอนการกดจองคิวนัดหมาย หรือนำส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบแล้ว (Appointment Booking & Final Submission Stage)
เมื่อบริษัทฯ ได้ดำเนินการกดจองวันเวลานัดหมาย ณ ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC) หรือสถานทูต หรือได้ทำการนำส่งข้อมูลคำขอเข้าสู่ระบบวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Visa System : e-Visa System) เรียบร้อยแล้ว ถือว่าบริษัทฯ ได้ส่งมอบบริการเสร็จสิ้นสมบูรณ์ 100% (หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์) ผู้ใช้บริการจะไม่สามารถขอคืนเงินค่าบริการ ALLVISA ได้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
3. รายการข้อยกเว้นที่ไม่สามารถขอคืนเงินได้โดยเด็ดขาด (Strict Non-Refundable Circumstances)
ผู้ใช้บริการสละสิทธิในการเรียกร้องเงินคืนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ในกรณีที่เข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
3.1 กรณีคำขอวีซ่าถูกปฏิเสธ ถูกยกเลิก หรือได้รับอนุมัติไม่ตรงตามความคาดหวัง (Visa Refusal, Rejection, or Discrepancy)
หากคำขอตรวจลงตรา (Visa Application) ของผู้ใช้บริการถูกปฏิเสธคำร้อง (Visa Refusal/Rejection), ถูกยกเลิก (Visa Cancellation), ถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าเมือง ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Border Rejection), หรือได้รับการอนุมัติวีซ่าที่มีอายุวีซ่า (Visa Validity), ระยะเวลาที่อนุญาตให้พำนัก (Period of Stay), หรือจำนวนครั้งที่อนุญาตให้เดินทางเข้า-ออก (Number of Entries) น้อยกว่าหรือแตกต่างไปจากที่ผู้ใช้บริการคาดหวัง ผู้ใช้บริการไม่สามารถขอคืนค่าบริการ ALLVISA และไม่สามารถขอคืนค่าธรรมเนียมสถานทูต หรือค่าบริการศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC) ได้ในทุกกรณี
3.2 กรณีผู้ใช้บริการไม่ไปตามนัดหมาย ไม่ตอบกลับ หรือไม่ส่งเอกสารตามกำหนด (No-Show or Failure to Submit Documents)
หากผู้ใช้บริการไม่ไปปรากฏตัว ณ สถานเอกอัครราชทูต (Embassy), สถานกงสุลใหญ่ (Consulate-General), หรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC) ตามวัน เวลา และสถานที่ที่ได้นัดหมายไว้ (No-Show), ไม่ส่งเอกสารเพิ่มเติมตามที่สถานทูตเรียกตรวจ, หรือไม่จัดส่งเอกสารให้แก่บริษัทฯ จนเคสหมดอายุความตามหมวดที่ 6 ผู้ใช้บริการไม่มีสิทธิขอคืนเงินค่าบริการทุกกรณี
ราชกิจจานุเบกษา
3.3 กรณีตรวจพบเอกสารเท็จ การปกปิดประวัติ หรือถูกระงับบริการ (Counterfeit Documents or Concealment of Records)
หากบริษัทฯ ตรวจพบ หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ใช้บริการจัดส่งเอกสารปลอม ข้อมูลเท็จ หรือปกปิดประวัติการถูกปฏิเสธวีซ่า/ประวัติอาชญากรรม จนบริษัทฯ ต้องใช้สิทธิระงับบริการหรือบอกเลิกสัญญาตามหมวดที่ 5 บริษัทฯ มีสิทธิโดยเด็ดขาดในการริบค่ายอดเงินบริการทั้งหมดโดยไม่ต้องคืนเงินแก่ผู้ใช้บริการ
4. นโยบายกรณีบริษัทฯ เป็นฝ่ายผิดสัญญา หรือเกิดเหตุสุดวิสัย (Company Default and Force Majeure Rules)
4.1 กรณีเกิดจากความบกพร่องหรือผิดสัญญาของบริษัทฯ (Company Default)
หากความล่าช้าหรือความผิดพลาดจนส่งผลให้ไม่สามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าได้ เกิดจากการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือการผิดสัญญาของบริษัทฯ เอง (โดยมิใช่ความผิดของผู้ใช้บริการ หรือเหตุสุดวิสัย) บริษัทฯ ยินดีคืนเงินค่าบริการ ALLVISA ที่ผู้ใช้บริการได้ชำระมาแล้วเต็มจำนวน 100% (หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์) โดยความรับผิดชอบของบริษัทฯ จะจำกัดไว้ไม่เกินวงเงินค่าบริการแพ็กเกจดังกล่าวเท่านั้น
4.2 กรณีเกิดจากเหตุสุดวิสัยระดับสากล (Force Majeure Events)
ในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) เช่น สงคราม, การก่อการร้าย, โรคระบาดร้ายแรง, การปิดพรมแดนระหว่างประเทศ, หรือการที่สถานทูต/ศูนย์ยื่นประกาศระงับการรับคำขอวีซ่ากะทันหัน คู่สัญญาตกลงให้ชะลอการให้บริการไว้จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ หากผู้ใช้บริการประสงค์จะยกเลิกสัญญาในระหว่างเกิดเหตุสุดวิสัย บริษัทฯ จะทำการคืนเงินค่าบริการให้หลังจากหักค่าใช้จ่ายที่ได้ดำเนินการไปแล้วตามจริงตามสัดส่วนในหมวดที่ 7 ข้อ 2
5. ข้อตกลงห้ามโต้แย้งการชำระเงินและการคุ้มครองบริษัทฯ (Anti-Chargeback and Legal Remedies)
5.1 ข้อตกลงห้ามทำรายการปฏิเสธชำระเงินย้อนหลัง (Anti-Chargeback Agreement)
ผู้ใช้บริการตกลงว่าจะไม่ทำรายการขอปฏิเสธการชำระเงิน (Chargeback Dispute) หรือขอคืนเงินย้อนหลังกับธนาคารเจ้าของบัตรเครดิต/เดบิต หรือผู้ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Payment Gateway/Payment Service Provider) โดยอ้างเหตุผลเรื่องคำขอวีซ่าถูกปฏิเสธ เปลี่ยนใจไม่เดินทาง หรือไม่พึงพอใจในผลการอนุมัติวีซ่า หากผู้ใช้บริการกระทำ Chargeback Dispute โดยขัดต่อข้อกำหนดนี้ ถือเป็นการผิดสัญญาอย่างร้ายแรง บริษัทฯ มีสิทธินำส่งข้อตกลงนี้ พร้อมหลักฐานประวัติการทำธุรกรรมดิจิทัล (Audit Logs) แก่สถาบันการเงินเพื่อโต้แย้งทันที และมีสิทธิดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อเรียกร้องเงินคืน พร้อมค่าเสียเวลา ค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย และดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 15 (สิบห้า) ต่อปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
5.2 การสละสิทธิเรียกร้องและการคุ้มครองบริษัทฯ (Express Waiver and Hold Harmless)
ผู้ใช้บริการตกลงสละสิทธิเรียกร้อง สิทธิฟ้องร้อง สิทธิในการร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และสิทธิในการดำเนินคดีทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางผู้บริโภค ต่อ บริษัท ออล ทู ทริปส์ กรุ๊ป จำกัด, เครื่องหมายการค้า ALLVISA, All to Trips, กรรมการ, ผู้บริหาร, พนักงาน, และตัวแทนของบริษัทฯ ในบรรดาความเสียหาย ความสูญเสีย หรือค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากผลการพิจารณาวีซ่า ความล่าช้าของสถานทูต หรือกรณีเหตุสุดวิสัย
หมวดที่ 8
ทรัพย์สินทางปัญญา การจัดการสิทธิในเอกสาร และข้อจำกัดการใช้งาน (Intellectual Property Rights, Document Rights Management, and Usage Restrictions)
1. การเป็นเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและเทคโนโลยี (Ownership of Intellectual Property and Technology)
1.1 สิทธิแต่เพียงผู้เดียวในกรรมสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา (Sole and Exclusive Intellectual Property Ownership)
ผู้ใช้บริการรับทราบ ตกลง และยอมรับโดยหลักการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดว่า บรรดาทรัพย์สินทางปัญญา ลิขสิทธิ์ (Copyrights), สิทธิบัตร (Patents), อนุสิทธิบัตร (Petty Patents), เครื่องหมายการค้า (Trademarks), เครื่องหมายบริการ (Service Marks), ชื่อทางการค้า (Trade Names), ชื่อโดเมน (Domain Names), ตราสัญลักษณ์ (Logos), ความลับทางการค้า (Trade Secrets), โนว์ฮาว (Know-How), ซอฟต์แวร์และรหัสต้นฉบับ (Software and Source Code), ประมวลผลคำแปลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence Translation Engine : AI Engine), อัลกอริทึม (Algorithms), อินเทอร์เฟซโปรแกรมประยุกต์ (Application Programming Interface : API), ฐานข้อมูล (Databases), แม่แบบเอกสารดิจิทัล (Digital Document Templates), ตลอดจนระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รูปแบบการแสดงผล (User Interface : UI), และเนื้อหาทั้งหมดบนแพลตฟอร์มของแบรนด์ “ALLVISA” และ “All to Trips” ที่พัฒนา ดำเนินการ ถือสิทธิ หรือเปิดให้บริการโดย บริษัท ออล ทู ทริปส์ กรุ๊ป จำกัด ถือเป็นสิทธิ ทรัพย์สิน และกรรมสิทธิ์อันชอบด้วยกฎหมายแต่เพียงผู้เดียวของบริษัทฯ ทั้งสิ้น ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม), พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม), พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม), และพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545
1.2 สิทธิในผลผลิตและข้อมูลจากระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI-Generated Outputs & Model Training Rights)
บรรดาคำแปลภาษาอังกฤษ แผนการเดินทาง จดหมายอธิบายเคสส่วนตัว/แนะนำตัว (Custom Cover Letter/Statement of Purpose : SOP/Letter of Explanation) และแบบฟอร์มที่สร้างขึ้น รวบรวม เรียบเรียง หรือประมวลผลโดยระบบประมวลผลคำแปลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI Engine) หรือระบบอัตโนมัติของบริษัทฯ สิทธิในโครงสร้าง ภาษา กลยุทธ์การเขียน และผลผลิต (Outputs) ดังกล่าวถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีสิทธิในการนำข้อมูลการใช้งานที่ไม่ระบุตัวบุคคล ข้อมูลสถิติ หรือข้อมูลที่ผ่านกระบวนการทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้แล้ว (Anonymized and Aggregated Data) ไปใช้ในการวิเคราะห์ พัฒนา และฝึกฝนโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI Model Training) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพระบบการให้บริการของบริษัทฯ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนใดๆ แก่ผู้ใช้บริการ
1.3 ข้อห้ามการละเมิดและการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิ (Prohibition of Infringement and Unauthorized Actions)
ห้ามมิให้ผู้ใช้บริการ บุคคลภายนอก หรือตัวแทนใดๆ ทำการคัดลอก (Copying), ดัดแปลง (Modifying), แก้ไข (Editing), ทำซ้ำ (Reproducing), เผยแพร่ต่อสาธารณชน (Public Dissemination), แจกจ่าย (Distributing), ถ่ายโอนสิทธิ (Transferring), ดึงข้อมูลอัตโนมัติ (Data Scraping/Data Mining), วิศวกรรมย้อนกลับ (Reverse Engineering), ถอดรหัส (Decompiling), ถอนรหัสภาษาคอมพิวเตอร์ (Disassembling), หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของแพลตฟอร์ม เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือเครื่องหมายการค้าของผู้ให้บริการไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า หรือวัตถุประสงค์อื่นใดนอกเหนือจากการรับบริการตามสัญญา โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทฯ ล่วงหน้า
2. ข้อจำกัดสิทธิในการใช้เอกสาร การคุ้มครองลายน้ำดิจิทัล และข้อห้ามการแข่งขัน (Document Use License, DRM, and Anti-Competitive Restrictions)
2.1 สิทธิการใช้งานแบบจำกัดและเฉพาะตัว (Limited, Non-Exclusive, and Personal License Grant)
บรรดาเอกสาร ผลงาน คำแปลภาษาอังกฤษ เอกสารแผนการเดินทางชั่วคราว (Basic Travel Itinerary), เอกสารยืนยันการจองที่พักและพาหนะชั่วคราว (Temporary Booking Documents), จดหมายอธิบายเคสส่วนตัว/แนะนำตัว (Cover Letter/Statement of Purpose : SOP), และแบบฟอร์มคำร้องขอตรวจลงตรา (Visa Application Form) ที่บริษัทฯ ได้จัดทำ รวบรวม หรือเรียบเรียงขึ้นให้แก่ผู้ใช้บริการ ถือเป็นการให้สิทธิการใช้งานแบบจำกัด สิทธิที่ไม่สามารถโอนแก่กันได้ (Non-Transferable License) และสิทธิเฉพาะตัวแก่ผู้ใช้บริการเท่านั้น เพื่อใช้วัตถุประสงค์ในการยื่นคำร้องขอตรวจลงตรา (Visa Application) ต่อสถานเอกอัครราชทูต (Embassy), สถานกงสุลใหญ่ (Consulate-General), หรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC) ตามแพ็กเกจบริการที่ได้สั่งซื้อไว้เท่านั้น
2.2 การคุ้มครองมาตรการทางเทคโนโลยีและลายน้ำดิจิทัล (Digital Rights Management : DRM and Watermark Protection)
เอกสาร ร่างแบบฟอร์ม หรือไฟล์พรีวิวที่บริษัทฯ ส่งมอบให้แก่ผู้ใช้บริการอาจมีการประทับลายน้ำดิจิทัล (Digital Watermark), ข้อความแสดงสิทธิ, หรือมาตรการคุ้มครองทางเทคโนโลยี (Technical Protection Measures) เพื่อป้องกันการทำซ้ำ ห้ามมิให้ผู้ใช้บริการทำการลบ ดัดแปลง แก้ไข หรือทำให้ลายน้ำดิจิทัล รหัสอ้างอิง หรือข้อความแสดงสิทธิใดๆ บนเอกสารดังกล่าวสูญหายหรือเสียหายโดยเด็ดขาด
2.3 ข้อห้ามการนำไปใช้เชิงพาณิชย์และการแจกจ่าย (Prohibition of Redistribution and Commercial Exploitation)
ห้ามมิให้ผู้ใช้บริการนำผลงาน เอกสาร คำแปล แม่แบบ จดหมายชี้แจง หรือแบบฟอร์มที่บริษัทฯ จัดทำขึ้น ไปจำหน่าย จ่าย แจก เผยแพร่ ดัดแปลง นำไปใช้ซ้ำเพื่อการยื่นขอวีซ่าให้แก่บุคคลอื่น หรือนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยเด็ดขาด การฝ่าฝืนข้อห้ามนี้ถือเป็นการผิดสัญญาสาระสำคัญ และเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัทฯ
2.4 ข้อห้ามการรวบรวมข้อมูลเพื่อสร้างบริการแข่งขัน (Anti-Benchmarking and Anti-Competitive Restrictions)
ห้ามมิให้ผู้ใช้บริการซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจแข่งขัน นิติบุคคล คู่แข่ง หรือตัวแทนของผู้ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกัน นำเข้าสู่ระบบ สมัครใช้บริการ หรือเข้าถึงแพลตฟอร์มของ ALLVISA เพื่อวัตถุประสงค์ในการประเมินประสิทธิภาพ (Benchmarking), การคัดลอกรูปแบบกระบวนการทำงาน (Process Copying), การเปรียบเทียบเชิงแข่งขัน, หรือการนำองค์ความรู้ แบบฟอร์ม คำแปล ไปใช้สร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการที่แข่งขันกับบริษัทฯ
2.5 ความรับผิดจากการนำเอกสารไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือผิดกฎหมาย (Liability for Misuse of Documents)
หากผู้ใช้บริการนำเอกสาร ผลงาน หรือแบบฟอร์มที่บริษัทฯ จัดทำขึ้นไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ขัดต่อกฎหมาย ขัดต่อระเบียบการเข้าเมือง การพำนัก หรือการทำงานในต่างประเทศ หรือนำไปใช้เพื่อการแอบอ้าง การฉ้อโกง การกระทำความผิดทางอาญา หรือการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ผู้ใช้บริการต้องรับผิดชอบต่อความเสียหาย ผลกระทบทางแพ่ง ค่าปรับ และความผิดทางอาญาแต่เพียงผู้เดียว ทั้งในราชอาณาจักรไทยและในต่างประเทศ โดยบริษัทฯ ไม่ต้องร่วมรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น
3. การจัดการและสิทธิในข้อมูลที่ผู้ใช้บริการนำเข้าสู่ระบบ (User-Generated Data and Materials)
3.1 การอนุญาตให้ใช้สิทธิในข้อมูลเพื่อการให้บริการ (License to Process User Data)
ผู้ใช้บริการยังคงเป็นเจ้าของสิทธิในเอกสารส่วนบุคคลและข้อมูลที่จัดส่งให้แก่บริษัทฯ แต่ผู้ใช้บริการได้อนุญาตให้บริษัทฯ มีสิทธิแบบครอบคลุม ปราศจากค่าลิขสิทธิ์ (Royalty-Free License) ในการเก็บรวบรวม สำเนารายงาน ทำซ้ำ ดัดแปลง จัดหมวดหมู่ แปลภาษา และนำส่งข้อมูลและเอกสารดังกล่าวให้แก่สถานทูต, ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC), ผู้ให้บริการแปลเอกสาร, หรือผู้ให้บริการระบบชำระเงิน เท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการตามสัญญาเท่านั้น
3.2 คำรับรองการไม่ละเมิดสิทธิบุคคลภายนอก (Warranty of Non-Infringement)
ผู้ใช้บริการขอรับรองว่า เอกสาร ภาพถ่าย ภาพสแกน หรือข้อมูลใดๆ ที่ผู้ใช้บริการส่งมอบให้แก่บริษัทฯ เป็นข้อมูลที่ผู้ใช้บริการมีสิทธิทางกฎหมายโดยชอบในการใช้และส่งมอบ และการส่งมอบดังกล่าวไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า ความลับทางการค้า สิทธิความเป็นส่วนตัว หรือสิทธิอื่นใดของบุคคลภายนอก หากเกิดการฟ้องร้องเรื่องการละเมิดสิทธิของบุคคลภายนอก ผู้ใช้บริการตกลงจะเข้าชดใช้ค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีทั้งหมดให้แก่บริษัทฯ เต็มจำนวนโดยทันที
4. มาตรการการดำเนินคดี การคุ้มครองชั่วคราว และการเยียวยาเมื่อเกิดการละเมิด (Legal Remedies, Injunctive Relief, and Enforcement)
4.1 สิทธิในการระงับการให้บริการและปิดกั้นการเข้าถึง (Right to Terminate and Block Access)
ในกรณีที่บริษัทฯ ตรวจพบการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือการฝ่าฝืนเงื่อนไขการใช้เอกสารตามหมวดนี้ บริษัทฯ มีสิทธิโดยชอบธรรมในการระงับการให้บริการ ปิดกั้นการเข้าถึงบัญชีผู้ใช้บริการ (User Account) และยกเลิกข้อตกลงตามสัญญาบริการฉบับนี้ทันที โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าและไม่ต้องคืนเงินค่าบริการใดๆ ทั้งสิ้น
4.2 สิทธิในการร้องขอคำสั่งห้ามชั่วคราวของศาล (Right to Injunctive Relief)
คู่สัญญาตกลงและยอมรับว่า การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือความลับทางการค้าของบริษัทฯ จะก่อให้เกิดความเสียหายอันไม่สามารถประเมินเป็นตัวเงินได้ และไม่สามารถชดเชยได้เพียงพอด้วยค่าเสียหายทางการเงิน ดังนั้น ในกรณีเกิดการละเมิดหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะเกิดการละเมิด บริษัทฯ มีสิทธิขอคำสั่งห้ามชั่วคราว (Injunctive Relief) หรือคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาจากศาลที่มีเขตอำนาจ เพื่อระงับหรือป้องกันการละเมิดดังกล่าวได้ทันที โดยผู้ใช้บริการตกลงยินยอมและสละสิทธิในการเรียกร้องให้บริษัทฯ ต้องวางเงินประกันความเสียหายต่อศาล
4.3 การเรียกชดใช้ค่าเสียหายและค่าเสียหายเชิงลงโทษ (Damages and Punitive Damages)
บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการดำเนินคดีทางแพ่งและทางอาญาต่อผู้ฝ่าฝืนจนถึงที่สุด โดยมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ ค่าธรรมเนียมทนายความ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ตลอดจนค่าเสียหายเชิงลงโทษ (Punitive Damages) ตามที่กฎหมายอนุญาตให้เรียกได้สูงสุด
หมวดที่ 9
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และนโยบายการรักษาความลับ (Data Protection, Information Security, and Confidentiality Policy)
1. การเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (Collection, Use, and Disclosure of Personal Data)
1.1 ฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Lawful Basis for Personal Data Processing)
บริษัท ออล ทู ทริปส์ กรุ๊ป จำกัด ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Personal Data Protection Act B.E. 2562 : PDPA) จะทำการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data) และข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) ของผู้ใช้บริการและผู้สมัครขอตรวจลงตรา (Visa Applicants) โดยอาศัยฐานทางกฎหมายเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา (Contractual Basis), ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation Basis), และฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest Basis) เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดทำเอกสารคำขอตรวจลงตรา การตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูล การประสานงานนัดหมาย การออกใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice/e-Receipt) และการส่งมอบบริการภายใต้เครื่องหมายการค้า ALLVISA
1.2 รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บและประมวลผล (Categories of Personal Data Processed)
ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ จัดเก็บรวบรวมและประมวลผลผ่านแพลตฟอร์ม ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, สถานที่เกิด, สัญชาติ, หมายเลขหนังสือเดินทาง (Passport Number), หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน, ข้อมูลติดต่อ (หมายเลขโทรศัพท์, จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ : Email, ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านและที่อยู่ปัจจุบัน), ข้อมูลการทำงาน, ข้อมูลตำแหน่งงานและรายได้, ข้อมูลทางการเงิน, รายงานการเคลื่อนไหวทางบัญชี (Bank Statement), ภาพถ่าย, ข้อมูลชีวมิติ (Biometric Data), ข้อมูลประวัติการเดินทางระหว่างประเทศ, ประวัติการได้รับอนุมัติหรือปฏิเสธตรวจลงตราในอดีต, ข้อมูลครอบครัว/ผู้ติดตาม, และข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใดที่จำเป็นตามข้อกำหนดของสถานเอกอัครราชทูต (Embassy) หรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC)
1.3 การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ (Cross-Border Data Transfer Restrictions & Consent)
ผู้ใช้บริการรับทราบและให้ความยินยอมโดยชัดแจ้งแก่บริษัทฯ ในการส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล และเอกสารประกอบคำขอของผู้ใช้บริการไปยังสถานเอกอัครราชทูต (Embassy), สถานกงสุลใหญ่ (Consulate-General), กรมการกงสุล, กระทรวงการต่างประเทศ, ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC), หรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของต่างประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศปลายทางที่ผู้ใช้บริการประสงค์จะขอตรวจลงตรา รวมถึงผู้ให้บริการระบบคลาวด์ (Cloud Service Provider) หรือเครื่องแม่ข่าย (Server) ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ ทั้งนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาบริการฉบับนี้และการพิจารณาอนุมัติคำขอตรวจลงตราของผู้ใช้บริการตามขั้นตอนสากล
1.4 การกำกับดูแลผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายนอก (Data Processor Governance & DPA)
ในกรณีที่บริษัทฯ ว่าจ้างหรือใช้บริการบุคคลภายนอกเพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนบริษัทฯ เช่น ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ (Cloud Service Provider), ผู้ให้บริการระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Payment Gateway/Payment Service Provider), หรือผู้ให้บริการแปลเอกสารภายนอก (Outsourced Translators) บริษัทฯ จัดให้มีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement : DPA) เพื่อกำกับดูแลให้บุคคลภายนอกดังกล่าวมีมาตรการรักษาความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและมาตรการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศที่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่บริษัทฯ และกฎหมายกำหนด
2. มาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและการเก็บรักษาข้อมูล (Information Security Standards and Data Retention)
2.1 มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยี (Information Security Management System : ISMS)
บริษัทฯ จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมและรัดกุมตามมาตรฐานระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Management System : ISMS) และมาตรการขั้นต่ำตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการเข้ารหัสข้อมูลขณะจัดเก็บและส่งผ่านระบบ (Data Encryption in Transit and at Rest), การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลตามสิทธิขั้นต่ำ (Access Control & Principle of Least Privilege), การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication : MFA), และการบันทึกประวัติการทำธุรกรรมและเข้าถึงข้อมูล (Audit Trail System) เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ
2.2 ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลดิจิทัล (Data Retention Threshold)
บริษัทฯ จะทำการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลและไฟล์เอกสารดิจิทัลของผู้ใช้บริการไว้ตลอดระยะเวลาที่สัญญามีผลบังคับใช้ และจะจัดเก็บรักษาไว้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ไม่เกิน 1 (หนึ่ง) ปี นับจากวันที่บริการเสร็จสิ้นสมบูรณ์ หรือนับจากวันที่เคสหมดอายุความตามหมวดที่ 6 ข้อ 3 เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ ยืนยันธุรกรรม โต้แย้งข้อพิพาททางกฎหมาย หรือการปฏิบัติตามกฎหมายบัญชีและภาษีอากร
2.3 กระบวนการทำลาย ลบ และทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (Data Destruction, Deletion, and Anonymization)
เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลตามหมวดที่ 9 ข้อ 2.2 หรือเมื่อผู้ใช้บริการใช้สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย บริษัทฯ จะทำการลบ หรือทำลายถาวรซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวออกจากระบบฐานข้อมูลและเครื่องแม่ข่าย (Server) ของบริษัทฯ หรือทำการแปลงข้อมูลให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้อีกต่อไป (Anonymization) ตามมาตรฐานและนโยบายการทำลายข้อมูลขององค์กร
3. ข้อตกลงการรักษาความลับอย่างเคร่งครัด (Confidentiality Agreement)
3.1 หน้าที่ในการรักษาความลับของบริษัทฯ (Company Duty of Confidentiality)
บริษัทฯ ตกลงจะรักษาข้อมูล ข้อมูลส่วนบุคคล เอกสารทางการเงิน ประวัติส่วนตัว และข้อมูลทางธุรกิจทั้งหมดของผู้ใช้บริการไว้เป็นความลับอย่างเคร่งครัด จะไม่นำไปเปิดเผย เผยแพร่ จำหน่าย ให้เช่า หรือโอนให้แก่บุคคลภายนอกใดๆ เว้นแต่เป็นการเปิดเผยต่อสถานเอกอัครราชทูต (Embassy), สถานกงสุลใหญ่ (Consulate-General), ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC), ผู้ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Payment Gateway / Payment Service Provider), พนักงาน/ที่ปรึกษาทางกฎหมาย/ผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ เท่าที่จำเป็นต้องรู้เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา หรือเป็นการเปิดเผยตามคำสั่งศาล หรือหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย
3.2 ข้อยกเว้นการรักษาความลับ (Exceptions to Confidentiality Obligations)
ข้อตกลงการรักษาความลับตามข้อ 9.3.1 ไม่ครอบคลุมถึงข้อมูล ดังต่อไปนี้
3.2.1 ข้อมูลที่เป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณชนอยู่แล้วโดยมิใช่ความผิดหรือการละเมิดสัญญาของบริษัทฯ
3.2.2 ข้อมูลที่บริษัทฯ มีอยู่ก่อนแล้วหรือได้รับมาจากบุคคลภายนอกโดยชอบด้วยกฎหมายโดยไม่มีข้อผูกพันเรื่องการรักษาความลับ
3.2.3 ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คำสั่งศาล คำสั่งเจ้าพนักงาน หรือหน่วยงานกำกับดูแลตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย
4. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและการแจ้งเหตุละเมิด (Data Subject Rights and Incident Notification)
4.1 สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject Rights under PDPA)
ผู้ใช้บริการในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) มีสิทธิในการขอเข้าถึง ขอรับคัดสําเนา ขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง ขอคัดค้านการประมวลผล ขอให้ระงับการใช้ ขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล ขอให้โอนย้ายข้อมูล หรือถอนความยินยอม ได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยสามารถแจ้งความประสงค์ผ่านช่องทางที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) บนแพลตฟอร์ม www.allvisatours.com
4.2 ผลของการถอนความยินยอมหรือขอให้ลบข้อมูลระหว่างบริการ (Effect of Consent Withdrawal during Active Service)
ในกรณีที่ผู้ใช้บริการแจ้งถอนความยินยอม หรือขอให้ลบ/ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในระหว่างที่กระบวนการจัดทำเอกสารหรือยื่นคำขอตรวจลงตายังดำเนินไม่เสร็จสิ้น ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า อาจส่งผลกระทบทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถให้บริการตามสัญญาต่อไปได้ ซึ่งบริษัทฯ มีสิทธิระงับการให้บริการทันที และผู้ใช้บริการยังคงมีหน้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย/ค่าบริการตามสัดส่วนงานตามหมวดที่ 7 โดยบริษัทฯ พ้นจากความรับผิดชอบในความเสียหายทั้งปวงที่เกิดจากการหยุดชะงักของบริการดังกล่าว
4.3 การแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Breach Notification)
ในกรณีที่เกิดเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Breach) ที่มีความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้ใช้บริการ บริษัทฯ จะดำเนินการแจ้งเหตุการละเมิดดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบพร้อมแนวทางการเยียวยาแก้ไขโดยไม่ล่าช้า ตามกรอบระยะเวลาและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
หมวดที่ 10
การระงับข้อพิพาท กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดทั่วไป (Dispute Resolution, Governing Law, and General Provisions)
1. กฎหมายที่ใช้บังคับและการตีความสัญญา (Governing Law and Construction)
1.1 กฎหมายที่ใช้บังคับ (Governing Law)
ข้อตกลง เงื่อนไข สัญญาบริการ และการดำเนินธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดภายใต้เครื่องหมายการค้า ALLVISA ของ บริษัท ออล ทู ทริปส์ กรุ๊ป จำกัด ให้ตกอยู่ภายใต้การบังคับ ตีความ และควบคุมโดยกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย (Laws of the Kingdom of Thailand) ทุกประการ ไม่ว่าจะมีการเข้าถึงหรือใช้งานจากภายในหรือภายนอกราชอาณาจักรไทยก็ตาม
1.2 หลักการตีความข้อตกลง (Principles of Construction)
ข้อตกลงนี้ยกร่างขึ้นเป็นภาษาไทย และอาจมีการแปลเป็นภาษาต่างประเทศอื่นๆ ในกรณีที่มีความขัดแย้ง แตกต่าง หรือไม่สอดคล้องกันระหว่างข้อความภาษาไทยและข้อความภาษาต่างประเทศ ให้ใช้ ข้อความภาษาไทยเป็นฉบับที่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายและใช้ในการตีความหลัก ทั้งนี้ หัวข้อหมวดและข้อย่อยในเอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อความสะดวกในการอ้างอิงเท่านั้น โดยไม่มีผลกระทบต่อการตีความความหมายหรือเนื้อหาของข้อตกลงในทางกฎหมาย
2. กระบวนการเจรจาประณีประณอมยอมความและการระงับข้อพิพาท (Amicable Negotiations and Dispute Resolution)
2.1 การเจรจาด้วยความสุจริตและการร้องเรียนเบื้องต้น (Good Faith Amicable Negotiations)
หากเกิดข้อพิพาท ข้อโต้แย้ง ข้อขัดแย้ง หรือการเรียกร้องใดๆ ที่เกิดขึ้นจาก หรือเกี่ยวเนื่องกับข้อตกลงฉบับนี้ รวมถึงการตีความ การผิดสัญญา การระงับ หรือความสมบูรณ์ของสัญญา คู่สัญญาตกลงว่าจะพยายามอย่างถึงที่สุดในการระงับข้อพิพาทดังกล่าวผ่านการเจรจาด้วยมิตรไมตรีและความสุจริต (Good Faith Negotiations) โดยผู้ใช้บริการต้องส่งหนังสือแจ้งข้อพิพาทเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านช่องทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail : Email) ที่เป็นทางการของบริษัทฯ เพื่อให้ฝ่ายบริหารของบริษัทฯ ดำเนินการตรวจสอบและหาทางออกร่วมกันภายในระยะเวลา 30 (สามสิบ) วันทำการนับจากวันที่ได้รับแจ้ง
2.2 เขตอำนาจศาลในการดำเนินคดี (Jurisdiction and Forum Selection)
ในกรณีที่ไม่สามารถระงับข้อพิพาทได้ภายในระยะเวลา 30 (สามสิบ) วันทำการตามข้อ 10.2.1 คู่สัญญาตกลงให้ ศาลในประเทศไทยที่มีเขตอำนาจเหนือบริษัทฯ (ศาลแพ่ง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ณ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ) เป็นศาลที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาพิพากษาและตัดสินข้อพิพาทดังกล่าวตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายไทย
2.3 การแจ้งข้อร้องเรียนและการใช้สิทธิทางกฎหมาย (Notice of Claim and Statutory Limitations)
คู่สัญญาตกลงว่า หากผู้ใช้บริการพบข้อผิดพลาดหรือมีข้อเรียกร้องใดๆ เกี่ยวกับการให้บริการ ผู้ใช้บริการควรแจ้งข้อร้องเรียนเป็นลายลักษณ์อักษรต่อบริษัทฯ โดยเร็วเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ การใช้สิทธิเรียกร้องและการฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฎหมายให้เป็นไปตามกำหนดอายุความที่บัญญัติไว้ตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย
3. ข้อกำหนดทั่วไปและเจตนารมณ์ทางกฎหมาย (General Provisions and Legal Intent)
3.1 ความเป็นที่สุดและความสมบูรณ์ของสัญญา (Entire Agreement & Integration Clause)
ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการนี้ (รวมถึงประกาศความเป็นส่วนตัว รายการตรวจสอบเอกสาร และเงื่อนไขแพ็กเกจที่ระบุบนแพลตฟอร์ม www.allvisatours.com) ถือเป็นความตกลงอันสมบูรณ์และเป็นที่สุดระหว่างผู้ใช้บริการและบริษัทฯ เกี่ยวกับวัตถุประสงค์แห่งสัญญานี้ และให้ยกเลิก ใช้แทนที่ บรรดาการเจรจา การหารือ คำรับรอง คำมั่นสัญญา การโต้ตอบทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือความตกลงใดๆ ก่อนหน้านี้ ทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและวาจา
3.2 การแยกส่วนของข้อตกลงออกจากกันได้ (Severability Clause)
หากข้อความ ข้อกำหนด หรือเงื่อนไขใดๆ ในข้อตกลงนี้ ถูกศาลหรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายตัดสินให้เป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่สามารถบังคับใช้ได้ ให้ถือว่าข้อความหรือข้อกำหนดส่วนนั้นแยกออกจากข้อตกลงส่วนที่เหลือ โดยไม่กระทบกระเทือนต่อความสมบูรณ์ ความชอบด้วยกฎหมาย และการมีผลบังคับใช้ของข้อกำหนดและเงื่อนไขส่วนที่เหลือทั้งหมด ซึ่งยังคงมีผลบังคับใช้ได้อย่างสมบูรณ์
3.3 การไม่สละสิทธิ์ทางกฎหมาย (No Waiver Clause)
การที่บริษัทฯ ละเว้น ไม่ใช้สิทธิ หรือล่าช้าในการใช้สิทธิ หรือมาตรการเยียวยาใดๆ ตามข้อตกลงนี้ หรือตามกฎหมาย จะไม่ถือว่าบริษัทฯ สละสิทธิหรือการเยียวยาดังกล่าว และการใช้สิทธิแต่เพียงบางส่วนหรือครั้งเดียว จะไม่ขัดขวางการใช้สิทธิในส่วนที่เหลือหรือการใช้สิทธิอื่นใดในอนาคต การสละสิทธิใดๆ ของบริษัทฯจะมีผลบังคับก็ต่อเมื่อจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรและลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทฯ เท่านั้น
3.4 การโอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญา (Assignment Restrictions)
ผู้ใช้บริการไม่สามารถโอนสิทธิ สิทธิเรียกร้อง หรือภาระหน้าที่ตามข้อตกลงในสัญญาฉบับนี้ิให้แก่บุคคลภายนอกได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากบริษัทฯ อย่างไรก็ดี บริษัทฯ มีสิทธิโอนสิทธิ ภาระหน้าที่ หรือข้อตกลง สัญญาบริการนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บริษัทในเครือ บริษัทร่วมทุน หรือนิติบุคคลที่เข้ามารับช่วงธุรกิจหรือซื้อกิจการของบริษัทฯ ได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้บริการล่วงหน้า
3.5 การยอมรับสัญญาด้วยข้อตกลงอิเล็กทรอนิกส์ (Clickwrap Agreement and Electronic Signatures)
ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า การกดปุ่ม "ยอมรับ" ("Accept"), การทำเครื่องหมายในช่องยอมรับเงื่อนไข (Check box), การทำรายการสั่งซื้อ, หรือการชำระเงินค่าบริการผ่านแพลตฟอร์ม www.allvisatours.com ถือเป็นการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signature) ของผู้ใช้บริการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) โดยให้มีผลผูกพัน สมบูรณ์ และใช้บังคับได้ตามกฎหมายเสมือนการลงลายมือชื่อบนเอกสารกระดาษทุกประการ
4. หนังสือแจ้ง ช่องทางการติดต่อ และการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข (Notices, Communications, and Amendments)
4.1 การส่งหนังสือแจ้งและการติดต่อทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Notices and Communications)
บรรดาหนังสือแจ้ง การทักท้วง คำขอ หรือการติดต่อสื่อสารใดๆ ตามสัญญานี้ ให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรและส่งผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถือเป็นช่องทางที่เป็นทางการและมีผลทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ได้แก่ การแจ้งเตือนผ่านระบบแพลตฟอร์ม www.allvisatours.com, แอปพลิเคชันส่งข้อความที่เป็นทางการของบริษัทฯ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail : Email) ตามที่ผู้ใช้บริการได้ลงทะเบียนไว้กับระบบ โดยให้ถือว่าได้รับแจ้งแล้วเมื่อระบบแสดงผลว่าส่งสำเร็จ
4.2 สิทธิในการแก้ไขปรับปรุงข้อตกลงและเงื่อนไข (Right to Amend Terms & Conditions)
บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการแก้ไข เพิ่มเติม ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการนี้ รวมทั้งนโยบายและนโยบายความเป็นส่วนตัวได้ตลอดเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบของสถานทูต ข้อกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไป หรือรูปแบบธุรกิจของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะประกาศข้อตกลงฉบับแก้ไขปรับปรุงบนแพลตฟอร์ม www.allvisatours.com การที่ผู้ใช้บริการยังคงเข้าใช้บริการ ชำระเงิน หรือส่งเอกสารให้แก่บริษัทฯ หลังจากการประกาศแก้ไข ให้ถือว่าผู้ใช้บริการได้ยอมรับและผูกพันตามข้อตกลงและเงื่อนไขฉบับแก้ไขปรับปรุงใหม่นั้นโดยปริยาย
4.3 เหตุสุดวิสัยและการพ้นความรับผิด (Force Majeure Standards)
บริษัทฯ ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความล่าช้า การไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญา หรือความเสียหายใดๆ อันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัย (Force Majeure Events) ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สงคราม, การก่อการร้าย, จลาจล, การนัดหยุดงาน, การนัดหยุดงานของหน่วยงานรัฐ, ภัยธรรมชาติ, โรคระบาดร้ายแรง, การปิดพรมแดนระหว่างประเทศ, การระงับการออกวีซ่าของสถานเอกอัครราชทูต (Embassy) หรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเอกชน (Visa Application Center : VAC), ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตล่มสลายในระดับกว้าง, หรือคำสั่งของเจ้าพนักงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย
ประกาศบังคับใช้ทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Effective Declaration)
ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการฉบับนี้ ได้รับการอนุมัติ ร่าง และประกาศบังคับใช้โดยชอบด้วยกฎหมายโดย บริษัท ออล ทู ทริปส์ กรุ๊ป จำกัด (การแสดงเจตนายอมรับข้อตกลงนี้ทำขึ้นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของแพลตฟอร์มตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 โดยไม่ต้องลงลายมือชื่อในรูปแบบกระดาษ)
วันที่มีผลบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป และมีผลผูกพันผู้ใช้งานทุกคนที่เข้าใช้บริการแพลตฟอร์มนับแต่วันดังกล่าว